วัคซีน mRNA รักษามะเร็งตับอ่อนเฉพาะบุคคล โชว์ผลลัพธ์ยืดชีวิตผู้ป่วยนาน 6 ปี

ผลทดสอบเฟส 1 ของวัคซีน mRNA รักษามะเร็งตับอ่อนแบบเฉพาะบุคคลพบว่า ผู้ป่วยที่ร่างกายตอบสนองต่อวัคซีนสามารถมีชีวิตรอดได้นานถึง 6 ปี เปิดความหวังใหม่ในการรับมือกับหนึ่งในโรคมะเร็งที่ดุร้ายที่สุด
มะเร็งตับอ่อน (Pancreatic Cancer) ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเพชฌฆาตเงียบที่ดุร้ายที่สุด เพราะแม้จะพบไม่บ่อย แต่สถิติชี้ว่ากว่า 87% ของผู้ป่วยมักจะเสียชีวิตภายใน 5 ปีหลังได้รับคำวินิจฉัย แถมตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา แนวทางการรักษาก็แทบจะไม่ขยับไปไหน แต่ล่าสุดวงการแพทย์กำลังมีความหวังครั้งใหญ่ เมื่อเทคโนโลยีวัคซีน mRNA ที่เรารู้จักกันดี กำลังถูกนำมาใช้เป็นอาวุธชิ้นใหม่
ในการประชุมประจำปีของ American Association for Cancer Research (AACR) ดร. Vinod Balachandran จาก Memorial Sloan Kettering Cancer Center ได้เผยผลการทดลองทางคลินิกระยะที่ 1 ของวัคซีน mRNA รักษามะเร็งตับอ่อนแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Vaccine) ซึ่งออกแบบมาจากการสกัดสารพันธุกรรมจากก้อนเนื้องอกของผู้ป่วยแต่ละรายที่ถูกผ่าตัดออกมา เพื่อสอนให้ระบบภูมิคุ้มกันจดจำและตามล่าเซลล์มะเร็งเป้าหมาย
การทดลองนี้ทำในผู้ป่วย 16 รายที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดมะเร็งตับอ่อนระยะที่ยังไม่ลุกลาม โดยผู้ป่วยจะได้รับทั้งวัคซีน ยาภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) และเคมีบำบัด ผลปรากฏว่ามีผู้ป่วย 8 รายที่ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อวัคซีน (T Cells ตื่นตัว) และที่น่าทึ่งคือ 7 ใน 8 รายนี้ยังมีชีวิตอยู่และสุขภาพแข็งแรงดีแม้จะผ่านไปถึง 6 ปีแล้ว ในขณะที่กลุ่มผู้ป่วยอีก 8 รายที่ร่างกายไม่ตอบสนองต่อวัคซีน มีผู้รอดชีวิตเพียง 2 รายเท่านั้น
หนึ่งในผู้ป่วยที่รอดชีวิตเล่าว่า เธอได้รับคำวินิจฉัยตอนอายุ 66 ปี และได้รับวัคซีนไป 9 โดส ปัจจุบันเธออายุ 72 ปี เพิ่งฉลองครบรอบแต่งงาน 50 ปีไปหมาดๆ และใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ ซึ่งสำหรับเธอแล้ว นี่คือปาฏิหาริย์อย่างแท้จริง
ความสำเร็จนี้สอดคล้องกับทิศทางของวงการแพทย์ที่กำลังดึงศักยภาพของ mRNA มาสู้กับมะเร็ง อย่างที่เราเคยเห็น ผลงานของ Moderna และ Merck ที่ใช้วัคซีน mRNA ลดความเสี่ยงมะเร็งผิวหนังลุกลามได้เกือบ 50% ใน 5 ปี หรือแม้แต่ งานวิจัยที่ชี้ว่าวัคซีน mRNA COVID-19 อาจช่วยยืดชีวิตผู้ป่วยมะเร็งที่รับยาภูมิคุ้มกันบำบัดได้
อย่างไรก็ตาม ต้องเบรกความตื่นเต้นไว้สักนิด เพราะการทดลองนี้ยังอยู่ในสเกลเล็กมาก และที่สำคัญคือผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนกว่า 90% มักจะรู้ตัวเมื่อมะเร็งลุกลามไปไกลจนผ่าตัดไม่ได้แล้ว ทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าวัคซีนตัวนี้จะช่วยผู้ป่วยระยะลุกลามได้หรือไม่ แต่ตอนนี้ทีมวิจัยกำลังเดินหน้าทดสอบเฟส 2 ในระดับโลกแล้ว
เทคโนโลยีการแพทย์ก้าวไปไกลจนสามารถเอาเซลล์มะเร็งของเราเองมาสร้างเป็นอาวุธกลับไปทำลายตัวมันเองได้แล้ว หวังว่าในอนาคตอันใกล้ นวัตกรรมเหล่านี้จะเข้าถึงง่ายพอที่จะช่วยชีวิตคนได้ทันเวลา ไม่ใช่เป็นเพียงปาฏิหาริย์ราคาแพงที่สงวนไว้สำหรับคนไม่กี่คนเท่านั้น
ความเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น
เข้าสู่ระบบยังไม่มีความเห็น
เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้