Waymo รับเงินทุน 5 แสนล้านบาท ปูพรม Robotaxi ทั่วโลก จ่อบุกโตเกียว-ลอนดอน

Waymo ระดมทุนเพิ่ม 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ เตรียมขยายบริการ Robotaxi สู่ตลาดโลกทั้งลอนดอนและโตเกียว หลังยอดใช้งานปี 2025 พุ่งทะลุ 15 ล้านเที่ยว พร้อมดันขีดความสามารถแข่ง Tesla
Waymo เดินหน้าเกมรุกครั้งใหญ่ในสมรภูมิรถยนต์ไร้คนขับ หลังได้รับเงินทุนก้อนโตมูลค่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5 แสนล้านบาท) เพื่อใช้เป็นกระสุนดินดำในการขยายอาณาจักร Robotaxi ออกนอกสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือมหานครใหญ่อย่าง ลอนดอน และ โตเกียว รวมถึงเมืองใหม่อีกกว่า 10 แห่งทั่วโลกภายในปีนี้
ผลงานในปี 2025 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีทองของ Waymo อย่างแท้จริง โดยบริษัทสามารถทำยอดการให้บริการรับส่งผู้โดยสารได้ถึง 15 ล้านเที่ยว ซึ่งเติบโตขึ้นกว่า 3 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจุบัน Waymo ให้บริการเฉลี่ยอยู่ที่ 4 แสนเที่ยวต่อสัปดาห์ใน 6 เมืองหลักของสหรัฐฯ เช่น San Francisco, Phoenix และ Los Angeles ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มเปิดใจรับเทคโนโลยีไร้คนขับมากขึ้นเรื่อยๆ
ความได้เปรียบสำคัญของ Waymo คือการมี Alphabet บริษัทแม่ของ Google เป็นกองหนุนทางการเงินที่แข็งแกร่ง ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพคล่องเหมือนสตาร์ทอัพรายอื่นๆ ที่มักสะดุดเมื่อนายทุนถอนตัว อย่างไรก็ตาม ความท้าทายใหญ่ที่ยังรออยู่คือเรื่อง "ความสามารถในการทำกำไร" และการขาดฐานการผลิตรถยนต์เป็นของตัวเอง ซึ่งต่างจากคู่แข่งคนสำคัญอย่าง Tesla ที่มีโรงงานผลิตครบวงจร ทำให้ Waymo อาจเสียเปรียบเรื่องการควบคุมต้นทุนเมื่อต้องขยายสเกลในระดับโลก
นอกจากข่าวใหญ่ของ Waymo แล้ว วงการยานยนต์อัตโนมัติ (AV) ยังมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอื่นๆ อีกเพียบ:
Bedrock Robotics: สตาร์ทอัพที่พัฒนาและติดตั้งระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติสำหรับเครื่องจักรในงานก่อสร้าง ระดมทุน Series B ได้ถึง 270 ล้านดอลลาร์ (ราว 8.4 พันล้านบาท)
Skyryse: ผู้พัฒนาระบบอัตโนมัติสำหรับการบิน ปิดดีลระดมทุน Series C ไปกว่า 300 ล้านดอลลาร์ (ราว 9.4 พันล้านบาท) ดันมูลค่าบริษัททะลุ 1.15 พันล้านดอลลาร์
กฎใหม่จากจีน: กระทรวงอุตสาหกรรมของจีนออกกฎเหล็ก สั่งแบนมือจับประตูรถยนต์แบบไฟฟ้าที่ไม่มีระบบปลดล็อกด้วยกลไก (Mechanical release) โดยรถใหม่ทุกคันต้องปฏิบัติตามภายในปี 2027 เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน
ความเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น
เข้าสู่ระบบยังไม่มีความเห็น
เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้