ปิดตำนาน Model S และ Model X ประกาศเลิกขาย มุ่งหน้าสู่ยุค AI และหุ่นยนต์

Tesla ตัดสินใจยุติการจำหน่าย Model S และ Model X เพื่อเปิดทางให้กับการผลิตหุ่นยนต์และรถยนต์ไร้คนขับเต็มรูปแบบ ตามวิสัยทัศน์ของ Elon Musk ที่มองว่าอนาคตคือ AI และบริการขนส่งอัตโนมัติ แม้ยอดขายรถยนต์จะลดลงและเสียแชมป์ให้ BYD แต่บริษัทเตรียมทุ่มงบมหาศาลในปี 2026 เพื่อเดิมพันกับ Robotaxi และหุ่นยนต์ Optimus
ข่าวใหญ่ที่ทำเอาวงการยานยนต์ต้องจารึก เมื่อ Tesla ตัดสินใจยุติการผลิตและจำหน่ายรถยนต์รุ่นเรือธงระดับตำนานอย่าง Model S และ Model X อย่างเป็นทางการ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปรับลดรุ่นรถธรรมดา แต่เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนจาก Elon Musk และบอร์ดบริหารว่า ยุคสมัยของการเป็นเพียง "บริษัทผลิตรถยนต์" กำลังจะจบลง เพื่อหลีกทางให้กับสายการผลิตของหุ่นยนต์ Humanoid และเทคโนโลยี AI ที่บริษัทหมายมั่นปั้นมือให้เป็นอนาคตใหม่
ในงานแถลงผลประกอบการล่าสุด ผู้บริหารระดับสูงของ Tesla ย้ำชัดว่าบริษัทควรมองตัวเองเป็นผู้ให้บริการด้านการขนส่ง (Transportation as a Service) มากกว่าค่ายรถยนต์ทั่วไป โดย Elon Musk ถึงกับฟันธงว่าในอนาคต การขับรถด้วยมนุษย์จะเหลือแค่ไม่ถึง 5% หรืออาจจะต่ำเตี้ยเรี่ยดินถึง 1% เท่านั้น เพราะโลกกำลังหมุนไปหา Autonomous Vehicles หรือรถยนต์ไร้คนขับแบบเต็มตัว ตรงนี้ทำให้หลายฝ่ายหันมามองว่า Tesla กำลังเดิมพันครั้งใหญ่กับอนาคตที่ตัวเองวาดฝันไว้ แม้ว่าปัจจุบันหุ่นยนต์ Optimus จะยังดูเก้ๆ กังๆ ในการทำงานพื้นฐานก็ตาม
แม้รายได้หลักในปี 2025 ของบริษัทจะยังมาจากยอดขายรถยนต์ถึง 6.95 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (≈ 2.19 ล้านล้านบาท) แต่ตัวเลขนี้กลับลดลง 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน แถมยังเสียแชมป์ยอดขาย EV โลกให้กับ BYD ไปเรียบร้อยแล้ว สถานการณ์นี้บีบให้ Tesla ต้องหาทางรอดใหม่ ซึ่งหวยก็ไปออกที่โมเดล Subscription หรือการสมัครสมาชิกรายเดือน โดยเฉพาะระบบ Full Self-Driving (FSD) ที่ตอนนี้มียอดผู้ใช้งานแตะ 1.1 ล้านรายแล้ว และ Musk ก็หวังพึ่งรายได้จากส่วนนี้มาพยุงบริษัทในระยะยาว
ความฝันเรื่อง Robotaxi และหุ่นยนต์ Optimus ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เกี่ยวพันกับผลประโยชน์ก้อนโตของ Musk ด้วย เพราะถ้าทำสำเร็จตามเป้าที่วางไว้ ทั้งการผลิตหุ่นยนต์และรถแท็กซี่ไร้คนขับเป็นล้านคัน เขาจะมีสิทธิ์รับผลตอบแทนมูลค่ามหาศาล แต่เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะต้องแลกมาด้วยงบลงทุน (Capital Expenditures) ปี 2026 ที่คาดว่าจะพุ่งสูงถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (≈ 6.3 แสนล้านบาท) เพื่อสร้างโรงงานและสายการผลิตใหม่สำหรับ Cybercab และ Optimus โดยเฉพาะ
ที่น่ากังวลคือ ทั้งหุ่นยนต์ที่ยังเดินไม่ค่อยคล่องและระบบไร้คนขับที่ยังมีคดีความเรื่องความปลอดภัย กลับกลายเป็นความหวังหมู่บ้านที่ผู้ถือหุ้นยอมเทหมดหน้าตักตามวิสัยทัศน์ของ Musk งานนี้ต้องรอดูกันยาวๆ ว่าการทุบหม้อข้าวตัวเองด้วยการเลิกขายรถรุ่นท็อป เพื่อไปสร้างกองทัพหุ่นยนต์ จะเป็นการตัดสินใจที่เฉียบคมระดับอัจฉริยะ หรือเป็นเพียงการ "ดิ้นรนเฮือกสุดท้าย" เพื่อหาทางลงสวยๆ อย่างที่ Musk เผลอหลุดปากออกมาในที่ประชุมกันแน่
(หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ ≈ 31.48 บาท)
ความเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น
เข้าสู่ระบบยังไม่มีความเห็น
เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้