ข้ามไปยังเนื้อหา

Microsoft ตาสว่าง! ยอมแก้บั๊ก Windows 11 ลดยัดเยียด AI คืน Taskbar

เทคโนโลยี
2 ครั้ง
0 ความเห็น
3 นาที
Microsoft ตาสว่าง! ยอมแก้บั๊ก Windows 11 ลดยัดเยียด AI คืน Taskbar
Photo by Sunrise King on Unsplash
By Suphansa Makpayab
TL;DR

ทนด่ามา 5 ปี ในที่สุด Microsoft ก็ยอมรับว่า Windows 11 มีปัญหา เตรียมยกเครื่องใหม่ทั้งการย้าย Taskbar, ลดความน่ารำคาญของ AI และแก้บั๊กที่ทำเอาคนใช้กุมขมับ งานนี้จะรอดหรือร่วง?

Microsoft ออกมาประกาศคำมั่นสัญญาผ่านบล็อกโพสต์ยาวเหยียด ส่งตรงถึงสมาชิก Windows Insider Program โดย Pavan Davuluri หัวหน้าทีม Windows ออกมายอมรับว่าตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ทีมงานได้นั่งวิเคราะห์เสียงตอบรับจากผู้ใช้งานอย่างจริงจัง จนตกผลึกได้ว่าถึงเวลาต้องลุกขึ้นมาปรับปรุง Windows 11 ให้ดีขึ้นสักที (แหม... ต้องใช้เวลาวิเคราะห์เป็นเดือนเลยทีเดียว กว่าจะรู้ว่าคนใช้งานแค่ต้องการให้ระบบมันทำงานได้ปกติ)

ประเด็นแรกที่เรียกเสียงเฮได้มากที่สุดคือ การปรับแต่ง Taskbar ย้อนกลับไปตอนที่ Windows 11 เปิดตัวใหม่ ๆ ฟีเจอร์พื้นฐานอย่างการย้ายแถบ Taskbar ไปไว้ด้านบนหรือด้านข้างดันหายไปซะงั้น ทำเอาผู้ใช้เข้าไปโหวตเรียกร้องใน Feedback Hub กว่า 24,000 ครั้งตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ในที่สุดวันนี้ Microsoft ก็ใจอ่อน ยอมคืนฟีเจอร์นี้กลับมาให้ปรับแต่ง Workspace กันได้ตามใจชอบเสียที

ต่อมาคือเรื่องของ AI ที่ก่อนหน้านี้ Microsoft พยายามยัดเยียด Copilot เข้ามาในทุกซอกทุกมุมของระบบปฏิบัติการ จนผู้ใช้งานแทบจะร้องขอชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับข่าวก่อนหน้าที่บริษัทออกมายอมรับว่าหลงทางเพราะบ้าจี้ตามกระแส AI มากเกินไป รอบนี้ Microsoft เลยขอแก้ตัวใหม่ ประกาศลดจุดเข้าถึง Copilot ที่ไม่จำเป็นในแอปพลิเคชันอย่าง Snipping Tool, Photos, Widgets และ Notepad เพื่อให้ประสบการณ์ใช้งานดูตั้งใจและมีประโยชน์จริง ๆ

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ Windows Update ที่มักจะโผล่มาขัดจังหวะการทำงาน ทางค่ายรับปากว่าจะให้สิทธิ์ผู้ใช้ควบคุมการอัปเดตได้มากขึ้น ลดการรีสตาร์ทอัตโนมัติ และสามารถกดข้ามหรือหยุดพักการอัปเดตได้ง่ายขึ้น ส่วนเรื่อง Performance ก็ได้รับการเหลียวแล โดยเฉพาะ File Explorer ที่โหลดช้า Microsoft สัญญาว่าจะลดเวลาการเปิดแอปพลิเคชัน ลดอาการหน่วง และปรับปรุงการใช้หน่วยความจำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยหัวใจสำคัญคือการย้ายส่วนประกอบหลักของ Windows UX ไปใช้ WinUI3 เพื่อความเสถียร (ที่น่าแปลกใจคือ ทำไมเพิ่งมาทำเอาป่านนี้)

สุดท้ายคือการเน้นย้ำเรื่อง Reliability โดยตั้งเป้าลดอัตราการแครชของ OS ปรับปรุงคุณภาพ Driver และยกระดับมาตรฐานของ Windows Insider Program ให้มีการทดสอบบนฮาร์ดแวร์จริงที่ครอบคลุมมากขึ้นก่อนปล่อยอัปเดต

การออกมาร่ายยาวถึงแผนการปรับปรุงทั้งหมดนี้ ดูเหมือนจะเป็นการยอมรับกลาย ๆ ว่ากระบวนการพัฒนา Windows ในช่วงที่ผ่านมานั้นพังไม่เป็นท่า และมาตรฐานคุณภาพอาจจะยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ลูกค้าคาดหวัง บางทีการเริ่มต้นด้วยคำว่า "ขอโทษ" สั้น ๆ อาจจะช่วยซื้อใจผู้ใช้งานได้มากกว่าการเขียนแถลงการณ์ยืดยาวก็เป็นได้

ความเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น

เข้าสู่ระบบ

ยังไม่มีความเห็น

เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้