Apple งานเข้า! ทรัมป์งัดภาษีนำเข้าใหม่ 15% หลังศาลสั่งภาษีเก่าเป็นโมฆะ

ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินว่าภาษีนำเข้าเดิมของทรัมป์ผิดกฎหมาย แต่ทรัมป์แก้เกมด้วยการงัดกฎหมายใหม่เก็บภาษี 10-15% จากทุกประเทศทันที ทำให้ Apple ที่เคยล็อบบี้จนรอดตัวมาได้ ต้องกลับมาเจอภาษีเต็ม ๆ อีกครั้ง สร้างความปั่นป่วนเรื่องต้นทุนการผลิตระลอกใหม่
เหมือนจะดีแต่กลับร้ายซะงั้นสำหรับ Apple เมื่อศาลสูงสุดสหรัฐฯ (Supreme Court) มีคำตัดสินเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ภาษีนำเข้าสินค้าส่วนใหญ่ที่รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เคยประกาศใช้เมื่อปีที่แล้วนั้น "ผิดกฎหมาย" ฟังดูเหมือนจะเป็นชัยชนะของภาคธุรกิจ แต่ช้าก่อน เพราะการตอบโต้กลับของทรัมป์ทำให้สถานการณ์ของ Apple พลิกกลับมาแย่ลงกว่าเดิมเสียอีก
ย้อนความกันสักนิด ปีที่แล้วเราเห็นสงครามภาษีที่เดือดสุด ๆ เริ่มจากทรัมป์สั่งเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน 10% และตอบโต้กันไปมาจนพุ่งไปแตะเพดานที่ 145% ซึ่งในตอนนั้น Tim Cook ซีอีโอของ Apple ต้องเดินสายล็อบบี้อย่างหนัก จนสุดท้ายสินค้าของ Apple แทบทุกรายการได้รับ "ข้อยกเว้น" และรอดพ้นจากกำแพงภาษีนั้นมาได้
แต่จุดเปลี่ยนอยู่ที่คำตัดสินล่าสุด ศาลชี้ขาดว่ากฎหมาย International Emergency Economic Powers Act ที่ทรัมป์นำมาอ้างนั้น ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการเรียกเก็บภาษีใหม่ ส่งผลให้ภาษีชุดเดิมกลายเป็นโมฆะ
ทว่าทำเนียบขาวไม่ได้ยอมแพ้ง่าย ๆ เพียงแค่วันเดียวหลังคำตัดสิน ทรัมป์ได้งัดกฎหมาย "ทางเลือก" อีกฉบับขึ้นมาอ้างสิทธิ์ และประกาศเก็บภาษีนำเข้าแบบปูพรม (Blanket Tariff) 10% จากสินค้าของ ทุกประเทศ ไม่ใช่แค่จีน ก่อนจะประกาศเพิ่มตัวเลขเป็น 15% ในวันเดียวกัน งานนี้ Apple ที่เคยรอดตัวเพราะข้อยกเว้นเฉพาะเจาะจง ก็ต้องโดนหางเลขไปด้วยเต็ม ๆ เพราะรอบนี้เหมาเข่งรวมหมดทุกหมวดสินค้า
ในมุมมองของนักวิเคราะห์ คาดว่าปัญหานี้คงไม่ยืดเยื้อถาวร เดี๋ยว Apple ก็คงต้องส่ง Tim Cook ไปเจรจาต้าอ้วยขอเว้นภาษีอีกรอบ และภาคธุรกิจคงรวมตัวฟ้องร้องความชอบธรรมของกฎหมายใหม่อีกครั้ง แต่สิ่งที่น่าปวดหัวที่สุดคือ "ความไม่แน่นอน" บริษัทข้ามชาติอย่าง Apple ต้องมานั่งลุ้นรายวันว่าต้นทุนการผลิตที่แท้จริงจะเป็นเท่าไหร่กันแน่ เล่นเอาฝ่ายวางแผนการผลิตกุมขมับไปตาม ๆ กัน
ความเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น
เข้าสู่ระบบยังไม่มีความเห็น
เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้