ลาก่อนยาละลายลิ่มเลือด? นักวิจัยผุดไอเดียฉีด 'เจลแม่เหล็ก' อุดรูรั่วหัวใจกันสโตรก

แค่ฉีดของเหลวแล้วใช้แม่เหล็กดูด ก็อุดจุดบอดในหัวใจที่สร้างลิ่มเลือดได้สนิทกว่าเดิม นวัตกรรมใหม่ที่อาจพลิกชีวิตผู้ป่วยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะนับล้านคน
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Atrial Fibrillation หรือ AFib) ไม่ใช่แค่เรื่องของอาการใจสั่นหรือเหนื่อยง่าย แต่มันซ่อนระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่เรียกว่า 'โรคหลอดเลือดสมอง' (Stroke) เอาไว้ โดยคนที่มีภาวะนี้จะมีความเสี่ยงเกิดสโตรกสูงกว่าคนปกติถึง 5 เท่า ต้นตอของปัญหามักมาจากซอกเล็กๆ ในหัวใจที่เรียกว่า Left Atrial Appendage (LAA) ซึ่งพอหัวใจเต้นไม่ปกติ เลือดก็จะไปคั่งอยู่ในซอกนี้จนจับตัวเป็นลิ่มเลือด และถ้ามันหลุดลอยไปอุดตันที่สมองเมื่อไหร่ งานเข้าทันที
วิธีรับมือในปัจจุบันหนีไม่พ้นการกินยาละลายลิ่มเลือด ซึ่งก็แลกมากับความเสี่ยงเลือดออกง่ายที่ทำเอาผู้สูงอายุหรือคนมีโรคประจำตัวต้องกุมขมับ ส่วนอีกทางเลือกคือการสอดท่อเข้าไปฝังอุปกรณ์ลักษณะคล้าย 'ร่มโลหะจิ๋ว' เพื่ออุดซอก LAA เอาไว้ แต่ปัญหาคือซอกหัวใจของแต่ละคนมีรูปทรงเว้าแหว่งไม่เหมือนกัน ร่มโลหะแข็งๆ จึงอาจอุดได้ไม่สนิท 100% แถมชิ้นส่วนที่ใช้ยึดเกาะยังอาจสร้างความเสียหายให้เนื้อเยื่อหัวใจได้อีก
ล่าสุด ทีมนักวิจัยได้ปิ๊งไอเดียสุดล้ำที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์เดิมๆ ด้วยการเปลี่ยนจากการฝังของแข็ง มาเป็นการฉีดของเหลวที่ตอบสนองต่อแม่เหล็ก (Magnetofluid) เข้าไปในซอก LAA แทน จากนั้นใช้สนามแม่เหล็กจากภายนอกช่วยดึงและจัดทรงให้ของเหลวนี้อยู่กับที่ ท้าทายแรงดันเลือดที่ไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา
ความเจ๋งคือ ภายในไม่กี่นาที ของเหลวตัวนี้จะทำปฏิกิริยากับน้ำในเลือดแล้วเปลี่ยนสภาพตัวเองเป็น 'Magnetogel' เนื้อนุ่มที่แนบสนิทไปกับทุกซอกทุกมุมของ LAA ได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้รอยต่อ
ผลการทดสอบเบื้องต้นในหมู (ซึ่งมีโครงสร้างหัวใจคล้ายมนุษย์มาก) ออกมาดูดีเกินคาด ตัวเจลสามารถเกาะติดแน่นอยู่ได้นานถึง 10 เดือนโดยไม่มีลิ่มเลือดหรือรอยรั่วให้เห็น ที่สำคัญคือผนังด้านในของหัวใจสามารถเจริญเติบโตคลุมทับผิวเจลจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน และไม่ต้องใช้ตะขอโลหะเกี่ยวเนื้อเยื่อให้เจ็บตัวเหมือนอุปกรณ์รุ่นเก่า (อ่านเพิ่มเติมเรื่องนวัตกรรมจัดการสโตรก: อัลตราซาวนด์ ความหวังใหม่ของผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตก ช่วยล้างเซลล์ตาย ไม่ต้องผ่าตัด)
อย่างไรก็ตาม นวัตกรรมนี้ยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ในห้องทดลองเท่านั้น โจทย์ใหญ่ที่นักวิจัยต้องกลับไปแก้คือ วัสดุแม่เหล็กนี้ดันไปกวนสัญญาณเครื่องสแกน MRI ทำให้มองไม่เห็นภาพหัวใจบางส่วน ซึ่งกว่าจะเคลียร์บั๊ก (Bug) ตรงนี้และผ่านด่านทดสอบความปลอดภัยจนถึงขั้นใช้จริงในคนได้ คงต้องรอกันอีกหลายปี
แม้จะยังไม่พร้อมให้ใช้งานพรุ่งนี้มะรืนนี้ แต่การหยิบเอาศาสตร์ด้านวัสดุศาสตร์มาผสมผสานกับวิศวกรรมชีวการแพทย์ ก็ถือเป็นการเปิดประตูบานใหม่ให้วงการแพทย์ได้น่าตื่นเต้น ไม่แน่ว่าในอนาคต การอุดรอยรั่วในหัวใจอาจง่ายเหมือนการบีบซิลิโคนอุดรอยร้าวที่กำแพงบ้านก็เป็นได้
ความเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น
เข้าสู่ระบบยังไม่มีความเห็น
เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้