ข้ามไปยังเนื้อหา

OpenAI เผยรายได้ปี 2025 แตะ US$20B โต 10 เท่า พร้อมกางแผนธุรกิจปี 2026

เทคโนโลยี
3 ครั้ง
0 ความเห็น
3 นาที
OpenAI เผยรายได้ปี 2025 แตะ US$20B โต 10 เท่า พร้อมกางแผนธุรกิจปี 2026
Image Credit: openai.com
By Suphansa Makpayab
TL;DR

Sarah Friar CFO ของ OpenAI เผยตัวเลขรายได้ปี 2025 พุ่งแตะ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ (กว่า 6 แสนล้านบาท) เติบโต 10 เท่าจากปี 2023 ชี้ชัดว่ารายได้โตตามกำลังการประมวลผล (Compute) แบบเป๊ะๆ พร้อมประกาศทิศทางปี 2026 เน้น Agents, ระบบอัตโนมัติ และโมเดลธุรกิจใหม่ที่รวมถึง Commerce และ Ads

Sarah Friar ซึ่งนั่งเก้าอี้ CFO ของ OpenAI ออกมาเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจผ่านบล็อกของบริษัท โดยเล่าย้อนกลับไปว่าตอนที่ปล่อย ChatGPT ออกมาครั้งแรก มันเป็นแค่การทดลองวิจัย (Research Preview) เพื่อดูว่าถ้าเอา AI ฉลาดๆ ใส่มือคนทั่วไปจะเกิดอะไรขึ้น แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือมันกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการใช้ชีวิตและการทำงานของผู้คนไปแล้ว ตั้งแต่นักเรียนที่ใช้แก้โจทย์การบ้าน ไปจนถึงทีม Finance ที่ใช้จำลองสถานการณ์ทางธุรกิจ

ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ตัวเลขทางการเงินที่เติบโตแบบก้าวกระโดด Sarah เปิดเผยว่ารายได้รายปี (ARR) ของ OpenAI ในปี 2025 พุ่งทะลุ US$20 Billion (≈ 6.3 แสนล้านบาท) เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเมื่อเทียบกับปี 2023 ที่ทำได้ US$2 Billion (≈ 6.3 หมื่นล้านบาท) เท่ากับว่าบริษัทโตขึ้นถึง 10 เท่าภายในเวลาแค่ 2 ปี! ที่น่าสนใจคือเธอบอกว่ากราฟรายได้นี้วิ่งล้อไปกับกำลังการประมวลผล (Compute) ที่บริษัทมีแบบเป๊ะๆ โดยในปี 2025 บริษัทมีกำลัง Compute ประมาณ 1.9 GW เพิ่มจาก 0.2 GW ในปี 2023 เรียกว่าถ้ามีชิปให้รัน AI มากกว่านี้ ตัวเลขรายได้ก็น่าจะพุ่งไปได้ไกลกว่านี้อีก

ในฝั่งของกลยุทธ์โครงสร้างพื้นฐาน OpenAI ยอมรับว่า Compute คือทรัพยากรที่ขาดแคลนที่สุด จากเดิมที่พึ่งพาผู้ให้บริการรายเดียว เมื่อ 3 ปีก่อน ตอนนี้พวกเขาเปลี่ยนมาใช้ระบบนิเวศแบบกระจายตัว (Diversified Ecosystem) ทำงานร่วมกับหลายเจ้าเพื่อให้มั่นใจว่าจะมีของใช้แน่นอน และมีการบริหารจัดการแบบ Portfolio คือใช้ฮาร์ดแวร์ตัวท็อปสำหรับเทรนโมเดลใหม่ๆ และใช้โครงสร้างพื้นฐานที่ราคาถูกลงสำหรับรันงานทั่วไป เพื่อให้ต้นทุนคุ้มค่าที่สุด

สำหรับทิศทาง Business Model ในอนาคต OpenAI ไม่ได้หยุดแค่การเก็บค่าสมาชิก (Subscriptions) หรือค่า API เท่านั้น แต่กำลังขยับเข้าสู่โลกของ Commerce และ Advertising โดยมองว่าคนเข้ามาใช้ ChatGPT เพื่อการตัดสินใจ (ซื้ออะไรดี? ไปไหนดี?) ดังนั้นการนำเสนอตัวเลือกที่เกี่ยวข้องจึงมีมูลค่า แต่มีข้อแม้ว่าโฆษณาเหล่านั้นต้องดูเป็นธรรมชาติ (Native) และมีประโยชน์จริงๆ ถ้าใส่มาแล้วรกหรือไร้ค่า ก็จะไม่ใส่มาเด็ดขาด

ปิดท้ายด้วยเป้าหมายในปี 2026 Sarah ระบุว่าปีนี้จะเป็นปีแห่ง "Practical Adoption" หรือการใช้งานจริง โดยเทคโนโลยีจะขยับไปสู่ยุคของ Agents และระบบอัตโนมัติ (Workflow Automation) ที่ทำงานต่อเนื่องได้เอง ซึ่งจะเข้าไปมีบทบาทสำคัญในวงการแพทย์ วิทยาศาสตร์ และองค์กรขนาดใหญ่ เพื่อปิดช่องว่างระหว่างสิ่งที่ AI ทำได้ กับสิ่งที่มนุษย์นำมาใช้จริงในชีวิตประจำวัน

(หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณที่ 1 USD = 31.48 บาท)

ความเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น

เข้าสู่ระบบ

ยังไม่มีความเห็น

เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้