ข้ามไปยังเนื้อหา

OpenAI เปิดตัว GPT-5.5 ทวงคืนบัลลังก์ AI โค่น Claude และ Gemini

เทคโนโลยี
42 ครั้ง
0 ความเห็น
4 นาที
OpenAI เปิดตัว GPT-5.5 ทวงคืนบัลลังก์ AI โค่น Claude และ Gemini
Image Credit: OpenAI
By Suphansa Makpayab
TL;DR

OpenAI ปล่อย GPT-5.5 ชูจุดเด่นทำงานอัตโนมัติแบบ Agentic เก่งโค้ดและวิจัยจนนักพัฒนาบอกว่าขาดไปเหมือนโดนตัดแขนขวา แต่แลกมาด้วยราคา API ที่พุ่งกระฉูด

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับข่าวลือโปรเจกต์ลับรหัส Spud เมื่อ OpenAI ประกาศเปิดตัว GPT-5.5 อย่างเป็นทางการ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) รุ่นล่าสุดที่ กลับมาเพื่อทวงคืนตำแหน่งผู้นำจากคู่แข่งอย่าง Anthropic และ Google โดยมุ่งเน้นไปที่การทำงานแบบ Agentic ซึ่งเปลี่ยนผ่าน AI จากแค่กล่องแชทไปสู่ผู้ช่วยที่จัดการระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ระดับมืออาชีพได้เอง

หลังจากที่ GPT-5.2 เคยโดนวิจารณ์เรื่องสกิลเขียนโค้ดที่ถอยหลังลงคลอง รอบนี้ GPT-5.5 กู้หน้ากลับมาได้อย่างสวยงาม Greg Brockman ผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI ระบุว่าโมเดลนี้สามารถจัดการงานซับซ้อนที่มีหลายขั้นตอนได้เอง ไม่ต้องคอยป้อนคำสั่งทีละสเตปเพื่อกัน AI เกิดอาการ Hallucinating (การสร้างข้อมูลเท็จ) อีกต่อไป มันสามารถค้นคว้าข้อมูลออนไลน์ ดีบักโค้ดที่ยุ่งเหยิง และสลับการทำงานระหว่างเอกสารกับสเปรดชีตได้โดยไม่ต้องพึ่งพามนุษย์

เบื้องหลังความแรงนี้มาจากการออกแบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ร่วมกัน โดยรันบนระบบ NVIDIA GB200 และ GB300 NVL72 พร้อมใช้ Heuristic Algorithms (อัลกอริทึมการแก้ปัญหาตามประสบการณ์) ที่ตัว AI เป็นคนเขียนขึ้นมาเองเพื่อจัดการภาระงานบน GPU ส่งผลให้ความเร็วในการสร้าง Token เพิ่มขึ้นกว่า 20% แถมยังมีโหมด GPT-5.5 Thinking ที่ให้เวลา AI คิดทบทวนสมมติฐานตัวเองก่อนตอบคำถามที่ต้องใช้ตรรกะขั้นสูง

ในสมรภูมิ Benchmark ถือว่า GPT-5.5 กวาดแชมป์ไปได้ถึง 14 รายการ เอาชนะ Claude Opus 4.7 และ Google Gemini 3.1 Pro ไปได้อย่างขาดลอยในหมวดการใช้งานคอมพิวเตอร์แบบ Agentic ความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ และความปลอดภัยทางไซเบอร์ แถมยังเฉือนชนะ Claude Mythos Preview ซึ่งเป็นโมเดลตัวท็อปที่จำกัดการเข้าถึงของ Anthropic ในการทดสอบ Terminal-Bench 2.0 ไปด้วยคะแนน 82.7% ต่อ 82.0%

แน่นอนว่าความฉลาดที่เพิ่มขึ้นย่อมมาพร้อมกับบิลที่แพงขึ้น OpenAI ตัดสินใจปรับราคา API สำหรับนักพัฒนาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • GPT-5.5: ราคา Input US$5.00 (≈ 157 บาท) และ Output US$30.00 (≈ 942 บาท) ต่อ 1 ล้าน Token

  • GPT-5.5 Pro: ราคา Input US$30.00 (≈ 942 บาท) และ Output US$180.00 (≈ 5,652 บาท) ต่อ 1 ล้าน Token

นอกจากนี้ยังมีโหมด Fast ใน Codex สำหรับคนที่ต้องการความเร็วขั้นสุด โดยจะเรนเดอร์ไวขึ้น 1.5 เท่า แต่ต้องจ่ายแพงขึ้นถึง 2.5 เท่า

ด้านความปลอดภัย OpenAI ได้จัดให้ GPT-5.5 อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงระดับ "สูง" สำหรับงานด้านชีววิทยาและความปลอดภัยทางไซเบอร์ จึงได้ริเริ่มระบบไลเซนส์แบบ Cyber-permissive สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยที่ผ่านการยืนยันตัวตน เพื่อให้สามารถใช้ AI ค้นหาและอุดช่องโหว่ของระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญได้โดยไม่ติดข้อจำกัดการปฏิเสธคำตอบ

เสียงตอบรับจากผู้ใช้งานกลุ่มแรกเรียกได้ว่าฮือฮา Dan Shipper ซีอีโอของ Every ยกย่องว่าเป็นโมเดลเขียนโค้ดตัวแรกที่มีความชัดเจนในเชิงแนวคิด ขณะที่วิศวกรนิรนามจาก NVIDIA ถึงกับเปรียบเปรยว่า "การสูญเสียสิทธิ์เข้าถึง GPT-5.5 ให้ความรู้สึกเหมือนโดนตัดแขนขวา" ฝั่งวงการวิทยาศาสตร์ก็ไม่น้อยหน้า เมื่อนักวิจัยสามารถใช้โมเดลนี้วิเคราะห์ยีน 28,000 ตัวเสร็จภายในไม่กี่นาทีจากที่ต้องใช้เวลาเป็นเดือน

Jakub Pachocki หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ OpenAI ทิ้งท้ายว่าบริษัทยังมีพื้นที่เหลือเฟือที่จะฝึกฝนโมเดลให้ฉลาดกว่านี้ได้อีก ดูเหมือนว่ายุคที่ AI ทำงานแทนมนุษย์แบบครบวงจรจะมาถึงเร็วกว่าที่คิด คำถามเดียวที่เหลืออยู่คือ องค์กรต่าง ๆ จะสู้ราคา API ที่พุ่งทะยานเพื่อรักษา "แขนขวาดิจิทัล" นี้ไว้ได้นานแค่ไหน

ความเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น

เข้าสู่ระบบ

ยังไม่มีความเห็น

เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้