Google เปิดตัว Fitbit Air สายรัดข้อมือไร้หน้าจอ แบตอึด 7 วัน ราคาเริ่ม 3 พันนิดๆ

Google เปิดตัว Fitbit Air สายรัดข้อมืออัจฉริยะแบบไร้หน้าจอ เน้นใส่สบายตลอด 24 ชั่วโมง แบตเตอรี่อยู่ได้นาน 7 วัน พร้อมรุ่นพิเศษที่ออกแบบร่วมกับ Stephen Curry เคาะราคาเริ่มต้นประมาณ 3,140 บาท
หมดยุคสมาร์ตวอตช์เรือนใหญ่เทอะทะที่คอยส่งแสงแยงตาแย่งความสนใจตลอดเวลา เมื่อ Google ประกาศเปิดตัว Fitbit Air แทร็กเกอร์ติดตามสุขภาพรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาในดีไซน์แบบไร้หน้าจอ (Screenless) รูปทรงคล้ายเม็ดกรวดขนาดเล็ก เน้นความเรียบง่ายและสวมใส่สบายจนแทบจะลืมไปเลยว่าใส่อยู่บนข้อมือ
แม้จะตัวเล็กแต่เซนเซอร์ด้านในไม่ได้ถูกลดทอนลงไป Fitbit Air สามารถติดตามข้อมูลสุขภาพเชิงลึกได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งอัตราการเต้นของหัวใจ, ออกซิเจนในเลือด (SpO2), ความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (HRV), ตรวจจับจังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ (Afib) ไปจนถึงการติดตามระยะเวลาและคุณภาพการนอนหลับอย่างละเอียด
จุดเด่นที่น่าสนใจคือแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 1 สัปดาห์ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และหากลืมชาร์จ ระบบ Fast Charge ก็พร้อมเติมพลังงานให้ใช้งานได้เต็มวันด้วยการชาร์จเพียง 5 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้ตัวอุปกรณ์ยังทำงานร่วมกับแอปพลิเคชัน Google Health ได้อย่างไร้รอยต่อ โดยระบบสามารถตรวจจับการออกกำลังกายทั่วไปได้อัตโนมัติ หรือหากใช้ร่วมกับ Google Health Coach ผู้ใช้งานยังสามารถถ่ายรูปเครื่องเล่นในยิมเพื่อบันทึกเซ็ตการออกกำลังกายได้ทันที
เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ตัวเรือนเม็ดกรวดนี้สามารถถอดสลับเปลี่ยนสายได้หลายรูปแบบ ได้แก่:
Performance Loop Band: สายรัดจากวัสดุรีไซเคิลที่ปรับความกระชับได้ละเอียด ระบายอากาศได้ดี (เป็นสายมาตรฐานที่แถมมาในกล่อง)
Active Band: สายซิลิโคนกันน้ำกันเหงื่อ ทนทานต่อสภาพอากาศ สำหรับการฝึกซ้อมความเข้มข้นสูง
Elevated Modern Band: สายดีไซน์คลาสสิกที่เปลี่ยนแทร็กเกอร์ให้กลายเป็นเครื่องประดับแฟชั่น
และแน่นอนว่าตามที่มี ข่าวหลุดออกมาก่อนหน้านี้ Google ได้จับมือกับ Stephen Curry นักบาสเกตบอลระดับตำนาน เปิดตัวรุ่น Special Edition ที่มาในสายสีน้ำตาลตัดส้ม พร้อมการเคลือบสารกันน้ำและดีไซน์พื้นผิวด้านในแบบนูนเพื่อเพิ่มการระบายอากาศระหว่างการเคลื่อนไหวอย่างหนักหน่วง
Fitbit Air รองรับการใช้งานทั้งบนระบบปฏิบัติการ Android และ iOS โดยเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้วในราคาเริ่มต้น US$99.99 (ประมาณ 3,140 บาท) ส่วนรุ่น Special Edition ราคา US$129.99 (ประมาณ 4,082 บาท) และสายรัดเสริมเริ่มต้นที่ US$34.99 (ประมาณ 1,099 บาท)
ตัวเครื่องทุกรุ่นจะมาพร้อมสิทธิทดลองใช้งาน Google Health Premium ฟรี 3 เดือนแรก ซึ่งก็เป็นไปตามสูตรสำเร็จของวงการฮาร์ดแวร์ยุคนี้ ที่ขายเครื่องราคาจับต้องได้ แล้วค่อยไปเก็บค่าสมาชิกรายเดือนกินยาวๆ จากคนที่อยากได้ข้อมูลสุขภาพแบบวิเคราะห์ลึกซึ้งนั่นเอง
ความเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น
เข้าสู่ระบบยังไม่มีความเห็น
เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้