Tesla จ่อรองรับ Apple Car Key ปลดล็อกรถผ่าน Wallet ได้แม้แบตหมด

พบโค้ดในแอป Tesla เวอร์ชันล่าสุดบ่งชี้การรองรับกุญแจรถแบบ Native คาดเริ่มทดสอบกับ Huawei ในจีนก่อนขยายสู่ Apple Wallet ชูจุดเด่นปลดล็อกได้แม้ iPhone แบตหมด พร้อมข่าวลือเรื่อง CarPlay ที่อาจตามมา
ดูเหมือนว่ากำแพง Eco-system ของ Tesla กำลังจะเปิดกว้างขึ้นอีกนิด เมื่อมีการขุดคุ้ยโค้ดในแอปพลิเคชัน Tesla เวอร์ชันล่าสุด และพบเบาะแสสำคัญว่าทางค่ายกำลังซุ่มพัฒนาฟีเจอร์ "Phone Key" ให้รองรับการทำงานในวงกว้างขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึงความเป็นไปได้ที่เราจะได้เห็นการรองรับ Apple Car Key ใน Apple Wallet แบบ Native กันเสียที
รายงานจาก Not A Tesla App ระบุว่า ในระยะแรกฟีเจอร์นี้ดูเหมือนจะพุ่งเป้าไปที่ตลาดจีนโดยเฉพาะ โดยใช้ประโยชน์จาก Eco-system ของ Huawei HarmonyOS เป็นด่านหน้า ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เพราะ Tesla มักจะโยนฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้พี่จีนได้ลองเล่นก่อนเสมอ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ นี่เป็นสัญญาณชัดเจนว่าก้าวต่อไปคือการรองรับ iPhone และ Android แบบ Native ในระดับสากล
หลายคนอาจสงสัยว่า "ทุกวันนี้ก็ใช้แอป Tesla ปลดล็อกได้อยู่แล้ว จะเอาอะไรอีก?" ความต่างคือการรองรับ Apple Car Key จะยกระดับประสบการณ์ไปอีกขั้น ดังนี้:
- Power Reserve: ปลดล็อกและสตาร์ทรถได้นานถึง 5 ชั่วโมง แม้ iPhone แบตหมดจนเครื่องดับไปแล้ว
- Native Integration: ใช้งานฟีเจอร์ UWB, Tap-to-unlock และ NFC ได้เสถียรขึ้น โดยไม่ต้องรันแอป Tesla ค้างไว้ใน Background
- Easy Sharing: ส่งกุญแจรถให้เพื่อนหรือครอบครัวผ่าน Messages, Mail หรือ AirDrop ได้ทันที
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่คู่แข่งอย่าง Rivian เพิ่งปล่อยอัปเดต Apple Car Key ให้กับรถรุ่น R1T และ R1S Gen 2 ไปหมาดๆ แถมยังมีข่าวลือหนาหูจาก Bloomberg ว่า Tesla อาจจะยอมกลืนน้ำลายตัวเอง หันมาทำ CarPlay ให้ทันภายในสิ้นปีนี้ด้วย ในขณะที่ค่ายอื่นอย่าง GM กลับเลือกที่จะตัดสัมพันธ์กับ Apple ไปซะดื้อๆ งานนี้ต้องรอดูกันว่า Elon Musk จะยอม "Play Nice" กับ Apple จริงหรือไม่ หรือจะเป็นแค่การสับขาหลอกให้ชาว iOS ดีใจเก้อกันแน่
ความเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น
เข้าสู่ระบบยังไม่มีความเห็น
เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้