Starlink ปรับลดระดับวงโคจรดาวเทียมกว่า 4,400 ดวง หนีรถติด-ลดขยะอวกาศ

Starlink ประกาศลดระดับความสูงดาวเทียม 4,400 ดวงจาก 550 กม. เหลือ 480 กม. เพื่อลดความเสี่ยงการชนและเตรียมรับมือ Solar Minimum ที่จะทำให้ขยะอวกาศเผาไหม้ช้าลง พร้อมแก้ปัญหาเพื่อนร่วมวงโคจรที่ไม่ประสานงาน
เมื่อวงโคจรต่ำ (LEO) เริ่มแออัดยัดเยียดจนแทบจะกลายเป็นถนนสุขุมวิทช่วงเย็น Starlink จึงตัดสินใจ "เปลี่ยนเลน" ครั้งใหญ่เพื่อความปลอดภัย โดย Michael Nicolls รองประธานฝ่ายวิศวกรรมของ Starlink ออกมาประกาศผ่าน X ว่าบริษัทกำลังเริ่มกระบวนการปรับโครงสร้างกลุ่มดาวเทียม (Constellation) ครั้งสำคัญ ด้วยการลดระดับเพดานบินของดาวเทียมจำนวนมหาศาลกว่า 4,400 ดวงลงมายังวงโคจรใหม่
แผนการคือการย้ายดาวเทียมจากระดับความสูงเดิมที่ 550 กิโลเมตร (342 ไมล์) ลงมาอยู่ที่ 480 กิโลเมตร (298 ไมล์) การขยับลงมาในพื้นที่ที่โล่งกว่านี้มีนัยสำคัญสองอย่าง คือลดโอกาสที่จะเกิดการเฉี่ยวชนกับวัตถุอื่น และที่สำคัญคือหากดาวเทียมเกิดขัดข้องจนกลายเป็นขยะอวกาศ แรงต้านอากาศที่ระดับความสูงใหม่จะช่วยให้มัน Deorbit หรือตกลงมาเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ที่น่าสนใจคือเหตุผลเชิงฟิสิกส์ดาราศาสตร์ Nicolls ชี้ว่าโลกกำลังจะเข้าสู่ช่วง "Solar Minimum" หรือช่วงที่ดวงอาทิตย์มีกิจกรรมต่ำสุดในวัฏจักร 11 ปี (คาดว่าจะเกิดช่วงต้นทศวรรษ 2030) ซึ่งจะทำให้ชั้นบรรยากาศโลกหดตัวลงและมีความหนาแน่นน้อยลง ส่งผลให้แรงต้านอากาศลดฮวบ หากดาวเทียมตายที่ความสูงเดิมอาจต้องลอยเท้งเต้งเป็นขยะอวกาศนานกว่า 4 ปี แต่ถ้าย้ายลงมาที่ระดับ 480 กิโลเมตร จะใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนในการกำจัดตัวเองตามธรรมชาติ ถือเป็นการลดความเสี่ยงแบบก้าวกระโดดกว่า 80%
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Starlink เพิ่งเจอเหตุการณ์ดาวเทียมขัดข้องจนเกิดชิ้นส่วนหลุดร่อน รวมถึงเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เกือบจะจ๊ะเอ๋กับกลุ่มดาวเทียมจากจีนที่ปล่อยขึ้นมาแบบ "ไร้การประสานงาน" กับผู้ให้บริการรายอื่น การลดระดับลงมาจึงเหมือนเป็นการขับรถให้ห่างจากพวกขับปาดหน้า เพื่อความปลอดภัยของทรัพย์สินและอวกาศโดยรวมนั่นเอง
ความเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น
เข้าสู่ระบบยังไม่มีความเห็น
เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้