SpaceX เผยดาวเทียมจีนเฉียด Starlink แค่ 200 เมตร

SpaceX ออกโรงโวยหลังดาวเทียมจีนที่เพิ่งปล่อยเฉียด Starlink ไปแค่ 200 เมตร ชี้ไร้การประสานงานล่วงหน้า ด้าน CAS Space แจงทำตามขั้นตอนแล้วแต่น้อมรับไปตรวจสอบ เผยสถิติวงโคจรโลกแน่นขนัด Starlink ต้องหลบหลีกเศษวัตถุแสนกว่าครั้งในครึ่งปี
วงการอวกาศเกือบจะมีเรื่องระทึกขวัญส่งท้ายปีเสียแล้ว เมื่อ SpaceX ออกมาเปิดเผยว่าดาวเทียม Starlink ของพวกเขาเพิ่งจะ "หลบกระสุน" (Dodge a bullet) มาได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อดาวเทียมดวงหนึ่งที่ถูกส่งขึ้นไปกับจรวด Kinetica 1 ของจีน พุ่งเข้ามาเฉียดดาวเทียม Starlink ในระยะประชิดเพียงแค่ 200 เมตรเท่านั้น ซึ่งในระดับความเร็วโคจร (Orbital Speed) ระยะแค่นี้ถือว่าหายใจรดต้นคอจนน่าขนลุกเลยทีเดียว
Michael Nicolls รองประธานฝ่ายวิศวกรรมของ Starlink ไม่รอช้า ออกมาโพสต์ผ่าน X (Twitter) ด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์นัก โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้เกิดที่ความสูง 560 กิโลเมตร ระหว่างดาวเทียมใหม่ของจีนกับ STARLINK-6079 ประเด็นสำคัญที่เขาชี้คือ "ไม่มีการประสานงานหรือ Deconfliction" ใดๆ เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นเลย ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงสูงสุดของการปฏิบัติภารกิจในอวกาศยุคนี้
ด้านคู่กรณีอย่าง CAS Space บริษัทเอกชนจีนผู้ให้บริการปล่อยจรวดลำดังกล่าว ก็รีบออกมาแก้ต่างทันควันว่า ทีมงานได้ตรวจสอบ Launch Window หรือหน้าต่างการปล่อยจรวดอย่างละเอียดแล้วตามกฎระเบียบเพื่อเลี่ยงการชน แต่ที่น่าสนใจคือ CAS Space แย้งว่าเหตุการณ์เฉียดนี้เกิดขึ้นเกือบ 48 ชั่วโมงหลังจากที่จรวดปล่อยดาวเทียมออกจากตัวยานไปแล้ว (Payload Separation) ซึ่งตอนนั้นภารกิจการปล่อยถือว่าจบสิ้นไปนานแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็พร้อมจะประสานงานกับผู้ให้บริการดาวเทียมเพื่อหาทางออกร่วมกันต่อไป
เรื่องนี้สะท้อนภาพความแออัดบนท้องฟ้าได้ชัดเจนมาก เพราะจากปี 2020 ที่มีดาวเทียมทำงานอยู่ราว 3,400 ดวง มาถึงปี 2025 ตัวเลขพุ่งไปแตะ 13,000 ดวงแล้ว โดยกว่า 9,300 ดวงเป็นของ Starlink เจ้าเดียว ซึ่งระบบอัตโนมัติของ Starlink นั้นทำงานหนักมาก ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2025 มีการขยับตัวหลบหลีก (Avoidance Maneuvers) ไปแล้วกว่า 145,000 ครั้ง หรือเฉลี่ยเดือนละ 4 ครั้งต่อดวง
สุดท้ายแล้ว นี่คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง เพราะการชนกันเพียงครั้งเดียวอาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ที่เรียกว่า Kessler Syndrome เปลี่ยนวงโคจรโลกให้กลายเป็นทะเลขยะอวกาศจนไม่มีใครใช้งานได้อีก ถ้ามหาอำนาจด้านอวกาศยังคุยกันคนละภาษาแบบนี้ อนาคตของ New Space Economy อาจจะมืดมนกว่าที่คิดก็ได้ครับ
ความเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น
เข้าสู่ระบบยังไม่มีความเห็น
เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้