Epic ดึง Gemini และ ElevenLabs สร้าง NPC คุยโต้ตอบได้ใน Fortnite

Epic Games เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ใน UEFN ให้ผู้สร้างด่านใน Fortnite ใส่ NPC ที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถพูดคุย โต้ตอบ และส่งผลต่อเกมเพลย์ได้แบบเรียลไทม์ โดยใช้ขุมพลังจาก Gemini 3.1 Flash Lite และ ElevenLabs
หลังจากเคยมีประเด็นดราม่าเรื่องการใช้ AI กับตัวละคร Darth Vader จนสหภาพแรงงานนักแสดงต้องออกโรงประท้วง ล่าสุด Epic Games ไม่รอช้า เดินหน้าเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ในชื่อ "Conversations" ที่จะเปลี่ยนให้ NPC ในเกม Fortnite มีชีวิตชีวาและโต้ตอบได้เหมือนคนจริง
ฟีเจอร์นี้ถูกปล่อยมาพร้อมกับอัปเดต v40.20 ใน Unreal Editor for Fortnite (UEFN) เปิดทางให้บรรดาครีเอเตอร์สามารถสร้าง NPC ที่ขับเคลื่อนด้วย AI (Artificial Intelligence) ซึ่งไม่ได้มีดีแค่ยืนพูดตามสคริปต์ แต่สามารถโต้ตอบแบบเรียลไทม์ จดจำการกระทำของผู้เล่น และที่สำคัญคือสามารถ ส่งผลต่อเกมเพลย์ ได้โดยตรง เช่น ผู้เล่นอาจจะใช้ฝีปากเจรจาหว่านล้อมให้ NPC ยามรักษาการณ์ยอมเปิดประตูเข้าพื้นที่หวงห้าม หรือแม้แต่ปรับระดับความยากของเกมตามฝีมือผู้เล่นในขณะนั้น
เบื้องหลังความฉลาดนี้ Epic เลือกใช้ขุมพลัง LLM (Large Language Model) ระดับท็อปของตลาด โดยจับมือกับ Google นำโมเดลตระกูล Gemini 3.1 อย่าง Flash Lite มาใช้ประมวลผลเสียงและสร้างข้อความโต้ตอบ ผสานเข้ากับ ElevenLabs เพื่อแปลงข้อความเป็นเสียงพากย์ที่สมจริง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ของอุตสาหกรรมเกมที่ ผู้บริหารหลายค่ายเริ่มมองว่าการใช้ AI เป็นเรื่องปกติไปแล้ว สำหรับฝั่งครีเอเตอร์ก็ทำงานง่ายขึ้น เพียงแค่เขียน Prompt กำหนดบุคลิกภาพและความรู้พื้นฐานของตัวละครด้วยข้อความสั้น ๆ ราว 20 บรรทัดเท่านั้น
แน่นอนว่าเมื่อเป็น AI ที่เปิดกว้าง Epic จึงต้องตั้งกฎเหล็กเพื่อความปลอดภัย โดยอัปเดตข้อกำหนดสำหรับนักพัฒนาไว้อย่างชัดเจน ดังนี้:
- ห้ามสร้างตัวละครที่ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์หรือสุขภาพจิต
- ห้ามสร้างตัวละครในเชิงชู้สาว จีบได้ หรือจำลองการเป็นคนรัก
- ห้ามพยายามเจาะระบบหรือหลีกเลี่ยงระบบรักษาความปลอดภัยของ Epic
ใครฝ่าฝืนมีสิทธิ์โดนแบนบัญชีทันที นอกจากนี้ Epic ยังยืนยันชัดเจนว่าจะไม่มีการบันทึกเสียงผู้เล่นเก็บไว้แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์นี้ยังอยู่ในสถานะ Experimental (ขั้นทดลอง) ครีเอเตอร์จึงยังไม่สามารถ Publish ด่านที่มี AI NPC ให้คนทั่วไปเล่นได้จนกว่าจะเข้าสู่ช่วง Beta ระหว่างนี้ Epic กำลังเร่งปรับปรุงคุณภาพเสียงและลดความหน่วง (Latency) ของการตอบสนอง ที่น่าสนใจคือค่าใช้จ่ายในการเรียกใช้ API ของทั้ง Gemini และ ElevenLabs ในช่วงทดสอบนี้ Epic เป็นคนควักกระเป๋าจ่ายให้ทั้งหมด คงต้องรอดูกันต่อไปว่าเมื่อเปิดใช้งานจริงแล้ว โมเดลธุรกิจนี้จะถูกผลักภาระไปที่ใคร หรือจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ผู้เล่นต้องยอมจ่ายเพื่อแลกกับประสบการณ์ที่เหนือกว่า
ความเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น
เข้าสู่ระบบยังไม่มีความเห็น
เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้