ข้ามไปยังเนื้อหา

งานเข้า Meta-Google! แพ้คดีโซเชียลทำร้ายเด็ก สะเทือนวงการหรือแค่เชือดไก่ให้ลิงดู?

เทคโนโลยี
1 ครั้ง
0 ความเห็น
3 นาที
งานเข้า Meta-Google! แพ้คดีโซเชียลทำร้ายเด็ก สะเทือนวงการหรือแค่เชือดไก่ให้ลิงดู?
Photo by Muhammad Asyfaul on Unsplash
By Suphansa Makpayab
TL;DR

คณะลูกขุนสหรัฐฯ ตัดสินให้ Meta และ Google มีความผิดฐานออกแบบแพลตฟอร์มที่ทำให้เด็กเสพติดและเกิดอันตราย เสี่ยงต้องจ่ายค่าเสียหายหลายร้อยล้านดอลลาร์ แม้จะเป็นชัยชนะของกลุ่มปกป้องเยาวชน แต่นักวิชาการเตือนว่านี่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ทั่วไป แพลตฟอร์มขนาดเล็ก และนำไปสู่การตัดสิทธิ์การเข้าถึงพื้นที่ออนไลน์ของกลุ่มเด็กเปราะบาง

โซเชียลมีเดียอาจไม่ได้แค่มีข้อเสีย แต่อาจถึงขั้นผิดกฎหมายได้แล้วในยุคนี้ ล่าสุดคณะลูกขุนในรัฐ New Mexico และ Los Angeles สหรัฐอเมริกา ได้ตัดสินให้ Meta และ Google (เจ้าของ YouTube) มีความผิดฐานสร้างความเสียหายต่อเยาวชน โดยอาจต้องจ่ายค่าเสียหายรวมกันหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ (หลายหมื่นล้านบาท อิงเรท 1 ดอลลาร์สหรัฐ = 31.40 บาท ณ วันที่ 9 ก.พ.) ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสองบริษัทใหญ่เตรียมยื่นอุทธรณ์สู้คดีต่อ

ความน่าสนใจของคดีนี้คือ ปกติแล้วแพลตฟอร์มเหล่านี้มักจะรอดตัวด้วยเกราะป้องกันจากกฎหมาย Section 230 (กฎหมายที่คุ้มครองแพลตฟอร์มจากเนื้อหาที่ผู้ใช้โพสต์) แต่รอบนี้ทนายฝั่งโจทก์งัดไม้เด็ด โจมตีว่าตัวแพลตฟอร์มเองนั่นแหละที่เป็นสินค้าที่บกพร่อง (Defective Product) โดยชี้ให้เห็นว่า Instagram และ YouTube ถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้เกิดอาการเสพติดจนส่งผลเสียต่อวัยรุ่น ซึ่งทนายความ Carrie Goldberg ถึงกับบอกว่านี่คือรุ่งอรุณแห่งยุคใหม่ของการฟ้องร้องโซเชียลมีเดีย

การถูกตัดสินว่ามีความผิดเรื่องความปลอดภัยของเด็กครั้งนี้ ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ที่น่ากังขาของ Meta สอดคล้องกับกรณีที่มีอดีตพนักงานเคยออกมาแฉว่า บริษัทเคยมีนโยบายปล่อยปละละเลยบัญชีที่ทำผิดกฎร้ายแรงเพื่อรักษาตัวเลข Engagement เอาไว้ ซึ่งในคดีที่ New Mexico คณะลูกขุนก็มองว่า Meta ให้ข้อมูลที่ทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดเกี่ยวกับความปลอดภัยบนแพลตฟอร์มเช่นกัน

หากคำตัดสินนี้ยืนยันผลจนถึงที่สุด ผลลัพธ์ในแง่ดีคือบริษัทเทคฯ อาจต้องยอมปรับเปลี่ยน Feature ที่เป็นพิษ เช่น การเลื่อนหน้าจอแบบไม่มีที่สิ้นสุด (Infinite Scroll) หรือฟิลเตอร์แต่งรูปที่สร้างค่านิยมผิดๆ แต่ในมุมกลับกัน นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอย่าง Eric Goldman และ Blake Reid กลับมองว่างานนี้อาจมีผลกระทบเป็นวงกว้าง แพลตฟอร์มขนาดเล็กอาจโดนหางเลขถูกฟ้องร้องจนตั้งตัวไม่ติด หรือฟีเจอร์ปกป้องความเป็นส่วนตัวอย่างการเข้ารหัสแบบ End-to-End ก็อาจถูกถอดออก ซึ่ง Meta ก็เพิ่งยกเลิกฟีเจอร์นี้บน Instagram ไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

ท้ายที่สุดแล้ว การลงดาบแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อาจดูเป็นเรื่องที่สังคมพึงพอใจ แต่การผลักดันกฎหมายที่เข้มงวดจนถึงขั้นจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็ก อาจกลายเป็นการตัดขาดเยาวชนกลุ่มเปราะบาง (เช่น กลุ่ม LGBTQ+ หรือเด็กออทิสติก) ออกจากพื้นที่ปลอดภัยที่พวกเขาใช้เชื่อมต่อกับผู้คน การพยายามแก้ปัญหาด้วยการทุบหม้อข้าวบริษัทเทคฯ อาจไม่ใช่คำตอบที่สมบูรณ์แบบเสมอไป หรือบางทีระบบกฎหมายเองนั่นแหละที่ยังวิ่งตามโลกดิจิทัลไม่ทัน

ความเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น

เข้าสู่ระบบ

ยังไม่มีความเห็น

เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้