ข้ามไปยังเนื้อหา

DeepSeek เปิดตัว V4 Pro และ Flash ชู Context 1 ล้าน ท้าชน GPT-5.5 แบบโอเพนซอร์ส

เทคโนโลยี
2 ครั้ง
0 ความเห็น
3 นาที
DeepSeek เปิดตัว V4 Pro และ Flash ชู Context 1 ล้าน ท้าชน GPT-5.5 แบบโอเพนซอร์ส
Photo by Matheus Bertelli on Pexels
By Suphansa Makpayab
TL;DR

DeepSeek กลับมาทวงบัลลังก์ด้วย V4 Pro และ Flash โมเดล AI โอเพนซอร์สที่จำข้อมูลได้ถึง 1 ล้าน Token พร้อมความสามารถด้านการใช้เหตุผลระดับโลก แม้จะเคยโดนแบนจากรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ตาม

กลับมาสร้างแรงกระเพื่อมในวงการ AI อีกครั้งสำหรับ DeepSeek ที่ล่าสุดได้ประกาศเปิดตัวโมเดลปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง V4 Pro และ V4 Flash ซึ่งทิ้งห่างจากการสร้างปรากฏการณ์แอปพลิเคชันฟรีอันดับหนึ่งบน App Store ในสหรัฐอเมริกาไปกว่าหนึ่งปี โดยรอบนี้กลับมาพร้อมสโลแกนต้อนรับเข้าสู่ยุคของ "Context Length 1 ล้านที่คุ้มค่าต่อต้นทุน"

สำหรับใครที่สงสัยว่า Context Length คืออะไร มันก็คือจำนวน Token สูงสุดที่โมเดล AI สามารถจดจำได้ในคราวเดียว ยิ่งมีตัวเลขนี้สูง AI ก็จะยิ่งมีความสอดคล้องและต่อเนื่องในการสนทนาที่ยาวนานมากขึ้น ซึ่งตัวเลข 1 ล้าน Token นี้ ถือเป็นการท้าชนโดยตรงกับ GPT-5.5 ของค่าย OpenAI ที่เพิ่งเปิดตัวไปพร้อมกับ Context Window ระดับ 400,000 ถึง 1 ล้าน Token

จุดเด่นของโมเดลทั้งสองรุ่นที่ยังคงยึดมั่นในแนวทาง Open Source มีดังนี้:

  • DeepSeek V4 Pro: รุ่นเรือธงที่ได้รับการยกระดับความสามารถด้าน Agent (ตามที่เคยมีข่าวลือการพัฒนา AI Agent ก่อนหน้านี้) ทางค่ายเคลมว่าทักษะการใช้เหตุผล (Reasoning) สามารถฟัดเหวี่ยงกับโมเดลแบบปิดระดับท็อปของตลาดได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ และมีความรู้รอบโลกเป็นรองเพียงแค่ Gemini-3.1-Pro เท่านั้น
  • DeepSeek V4 Flash: รุ่นเน้นความรวดเร็วในการตอบสนอง แม้ประสิทธิภาพโดยรวมอาจไม่สุดเท่ารุ่น Pro แต่ทักษะการใช้เหตุผลยังถือว่าใกล้เคียงกันมาก และสามารถจัดการกับงานพื้นฐานของ Agent ได้ในระดับที่ทัดเทียมกับรุ่นพี่

แม้จะเปิดให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถดาวน์โหลดโค้ดไปปรับแต่งได้อย่างอิสระ แต่เส้นทางของ DeepSeek ในฝั่งตะวันตกก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะหลังจากที่แอปพลิเคชันเคยพุ่งทะยานติดชาร์ต ก็ถูกหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ สั่งแบนการใช้งานบนอุปกรณ์ของรัฐ ด้วยข้อกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติและผลกระทบต่อหุ้น AI ในประเทศ ขณะที่เกาหลีใต้เองก็เคยระงับการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันด้วยเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัวเช่นกัน

การปล่อยของรอบนี้จึงน่าจับตามองว่า โมเดลสัญชาติจีนที่ทั้งเก่งและเปิดกว้าง จะสามารถเจาะกำแพงความหวาดระแวงของโลกตะวันตกได้หรือไม่ หรือฝั่งผู้ใช้งานระดับองค์กรจะยอมหลับตาข้างหนึ่งเพื่อแลกกับความคุ้มค่าที่ยากจะปฏิเสธ

ความเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น

เข้าสู่ระบบ

ยังไม่มีความเห็น

เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้