ข้ามไปยังเนื้อหา

WHO เผย 1 ใน 3 ของมะเร็งป้องกันได้! แค่เลี่ยง 2 พฤติกรรมหลักและปัจจัยเสี่ยง

สุขภาพ
1 ครั้ง
0 ความเห็น
2 นาที
WHO เผย 1 ใน 3 ของมะเร็งป้องกันได้! แค่เลี่ยง 2 พฤติกรรมหลักและปัจจัยเสี่ยง
Photo by Irina Iriser on Pexels
By Suphansa Makpayab
TL;DR

งานวิจัยล่าสุดจาก WHO ชี้มะเร็งกว่า 1 ใน 3 ป้องกันได้ โดยมีตัวการใหญ่คือการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงปัจจัยเสี่ยงอย่างการติดเชื้อและมลพิษ แนะปรับไลฟ์สไตล์ช่วยลดความเสี่ยงได้มหาศาล

ใครที่เคยรู้สึกว่า "มะเร็ง" เป็นเรื่องของโชคชะตาฟ้าลิขิตที่เลี่ยงไม่ได้ อาจต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เมื่อองค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาเปิดเผยข้อมูลล่าสุดผ่านวารสาร Nature Medicine ที่ชี้ชัดว่า กว่า 1 ใน 3 ของผู้ป่วยมะเร็งทั่วโลกนั้น "ป้องกันได้" หากเราจัดการกับปัจจัยเสี่ยงที่ต้นเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการปรับพฤติกรรมหรือจัดการกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว

จากการวิเคราะห์ผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เกือบ 19 ล้านคนในปี 2022 พบว่าประมาณ 38% ของเคสทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกับ 30 ปัจจัยเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนได้ โดย "แชมป์เก่า" ที่ครองอันดับ 1 ในการก่อโรคยังคงเป็น การสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นต้นเหตุของมะเร็งถึง 15% ของเคสทั้งหมด (และพุ่งไปถึง 23% ในกลุ่มผู้ชาย) ตามมาห่างๆ ด้วยอันดับ 2 อย่าง การดื่มแอลกอฮอล์ ที่รับจบไปอีกราว 3.2% หรือคิดเป็นตัวเลขกลมๆ ก็ประมาณ 7 แสนเคสทั่วโลก

นอกจากสองพฤติกรรมยอดฮิตนี้แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่น่ากังวลไม่แพ้กัน เช่น ภาวะน้ำหนักเกิน (High BMI) และการติดเชื้อ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงที่ความเสี่ยงหลักมาจากการติดเชื้อ HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งนำไปสู่มะเร็งปากมดลูก ทั้งที่มีวัคซีนป้องกันแล้วแต่การเข้าถึงในหลายพื้นที่ยังต่ำอยู่ ส่วนปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมอย่าง "มลพิษทางอากาศ" ก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกที่พบผู้หญิงป่วยเป็นมะเร็งปอดจากสาเหตุนี้ถึง 15%

ข้อมูลชุดนี้ไม่ได้แค่มาขู่ให้กลัว แต่กำลังบอกเราว่ามะเร็งปอด กระเพาะอาหาร และปากมดลูก ซึ่งรวมกันแล้วเกือบครึ่งของเคสที่ป้องกันได้นั้น สามารถลดความเสี่ยงได้จริงผ่านการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ นโยบายสาธารณสุข และการจัดการสิ่งแวดล้อม ถึงเวลาที่ต้องถลกแขนเสื้อแล้วหันมาดูแลตัวเองกันจริงๆ จังๆ เสียที ก่อนที่ร่างกายจะประท้วงคืน

ความเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น

เข้าสู่ระบบ

ยังไม่มีความเห็น

เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้