Focus Apps ช่วยเพิ่ม Productivity ได้จริงหรือ? เปิดมุมมองวิทยาศาสตร์หาคำตอบ

เจาะลึกวิทยาศาสตร์เบื้องหลัง Focus Apps ว่าช่วยให้เราสมาธิดีขึ้นจริงไหม หรือเป็นแค่ความสนุกชั่วคราว พร้อมรู้จักกลไกจิตวิทยาอย่าง IKEA Effect ที่แอปใช้ดึงดูดเรา และคำแนะนำในการใช้งานให้ได้ผลจริง
ยอมรับกันตรง ๆ เถอะว่าในยุคนี้ การจะนั่งทำงานให้เสร็จโดยไม่วอกแวกหยิบมือถือขึ้นมาไถนั้นยากพอ ๆ กับการเข็นครกขึ้นภูเขา Dwain Allan จาก The Conversation ได้หยิบประเด็นนี้มาเล่าได้อย่างน่าสนใจว่า ปัญหาที่แท้จริงอาจไม่ใช่เพราะเราสมาธิสั้นลงอย่างที่หลายคนกังวล แต่เป็นเรื่องของ Self-regulation (การกำกับดูแลตนเอง) ที่เรามักจะพ่ายแพ้ต่อความเบื่อหน่ายหรือความเครียดจากงานตรงหน้า แล้วหันไปหาความสุขชั่วคราวจากสมาร์ตโฟนแทน
เพื่อแก้ปัญหานี้ เหล่านักพัฒนาจึงส่งสิ่งที่เรียกว่า Focus Apps ออกมาสู่ตลาดมากมาย โดยใช้กลยุทธ์ Gamification (การนำองค์ประกอบของเกมมาใช้ในสิ่งที่ไม่ใช่เกม) เพื่อจูงใจให้เราวางมือถือ ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่สุดและกำลังมาแรงคือแอปพลิเคชันชื่อ Focus Friend ที่ให้เราตั้งเวลาโฟกัส โดยมีตัวละครน้องถั่วหน้าตาน่ารักนั่งถักไหมพรมอยู่ ถ้าเราจดจ่อกับงาน น้องถั่วก็จะถักไปเรื่อย ๆ จนได้ของรางวัลในแอป แต่ถ้าเราแอบหนีไปเล่นแอปอื่น น้องถั่วจะเศร้าและงานถักก็จะรุ่ยเสียหายทันที
ในมุมจิตวิทยา แอปเหล่านี้ฉลาดมากที่งัดเอาสารพัดทฤษฎีมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการให้รางวัลทันที หรือที่น่าสนใจคือ IKEA Effect ซึ่งอธิบายว่าคนเราจะให้คุณค่ากับสิ่งที่เรามีส่วนร่วมในการสร้างขึ้นมาเอง ดังนั้นยิ่งเราสะสมของแต่งห้องให้น้องถั่วมากเท่าไร เราก็ยิ่งไม่อยากทำลายสถิติการโฟกัสของตัวเองมากเท่านั้น เรียกว่าเป็นการหลอกสมองให้ยอมทำงานยาก ๆ เพื่อแลกกับความพึงพอใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแอปนั่นเอง
แต่คำถามสำคัญคือ "มันได้ผลจริงไหม?" ในทางวิทยาศาสตร์ต้องบอกว่าหลักฐานยังค่อนข้างบางเบา งานวิจัยชี้ว่าแม้ผู้ใช้จะรู้สึกสนุกและชอบแอปเหล่านี้ แต่ความชอบไม่ได้แปลว่าจะทำให้ Productivity เพิ่มขึ้นเสมอไป หนำซ้ำบางการศึกษาพบว่าวิธีบ้าน ๆ อย่างการปรับหน้าจอมือถือเป็นโหมดขาวดำ (Grayscale) เพื่อลดความน่าดึงดูดของหน้าจอ อาจจะได้ผลดีกว่าการใช้แอปที่มีลูกเล่นแพรวพราวเสียอีก
สุดท้ายแล้ว Focus Apps อาจเป็นเพียงเครื่องมือช่วยพยุงใจชั่วคราว สิ่งสำคัญคือเราต้องถามตัวเองว่า "เรากำลังใช้แอป หรือแอปกำลังใช้เรา" การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนอาจไม่ใช่การดาวน์โหลดตัวช่วย แต่เป็นการวินิจฉัยตัวเองให้เจอว่าอะไรคือต้นเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เราเสียสมาธิ เพราะต่อให้แอปจะดีแค่ไหน ก็คงไม่สามารถจัดการกับแรงดึงดูดภายในใจของเราได้อยู่ดี
ความเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น
เข้าสู่ระบบยังไม่มีความเห็น
เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้