ข้ามไปยังเนื้อหา

YouTube กางแผนปี 2026 ดัน Creator เทียบชั้นสตูดิโอ พร้อมฟีเจอร์ AI สร้างเกม

เทคโนโลยี
1 ครั้ง
0 ความเห็น
3 นาที
YouTube กางแผนปี 2026 ดัน Creator เทียบชั้นสตูดิโอ พร้อมฟีเจอร์ AI สร้างเกม
Image Credit: YouTube Blog
By Suphansa Makpayab
TL;DR

Neal Mohan CEO YouTube เผยวิสัยทัศน์ปี 2026 มุ่งเน้นดัน Creator ให้เป็น Media Company, เพิ่มฟีเจอร์ Shopping, จัดการคอนเทนต์ AI ขยะ และเครื่องมือใหม่ให้ผู้ปกครองคุมเวลาดู Shorts ของลูกได้ถึงขั้นปิดการมองเห็น

Neal Mohan, CEO ของ YouTube ออกมาเปิดเผยทิศทางของแพลตฟอร์มในปี 2026 โดยระบุว่าเส้นแบ่งระหว่างเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์กำลังจางลง สิ่งที่น่าสนใจคือ YouTube กำลังมองว่า Creator ไม่ใช่แค่คนทำคลิป User Generated Content (UGC) อีกต่อไป แต่พวกเขากำลังก้าวขึ้นมาเป็น "สตูดิโอ" และดาราหน้าใหม่ที่กำหนดทิศทางความบันเทิงโลก เห็นได้จากการที่ YouTuber หลายคนเริ่มซื้อพื้นที่ระดับสตูดิโอใน Hollywood เพื่อผลิตรายการคุณภาพสูงกันเองแล้ว

ในฝั่งของฟีเจอร์ใหม่ๆ YouTube เตรียมงัดไม้เด็ดออกมาเพียบเพื่อดึงดูดทั้งคนดูและคนทำคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็น Shorts ที่มียอดวิวเฉลี่ยแตะ 2 แสนล้านวิวต่อวัน ก็กำลังจะรองรับฟอร์แมตใหม่อย่าง Image Posts (โพสต์รูปภาพ) เข้าไปในฟีด ส่วน YouTube TV ก็จะเพิ่ม Multiview ที่ปรับแต่งได้เอง และที่พ่อแม่น่าจะถูกใจสุดๆ คือฟีเจอร์ Parental Controls ใหม่ ที่อนุญาตให้ตั้งเวลาการดู Shorts ของลูกหลานให้เหลือ "ศูนย์" ได้เลย เรียกว่าตัดวงจรการไถฟีดแบบไร้สติของเด็กๆ ได้อย่างชะงัด

ข้ามมาดูเรื่องเม็ดเงินกันบ้าง ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา YouTube จ่ายเงินให้ Creator ไปแล้วกว่า US$100 billion (≈ 3.14 ล้านล้านบาท) และในปีนี้จะยิ่งเน้นหนักไปที่ระบบ YouTube Shopping ที่จะทำให้คนดูสามารถกดซื้อของที่ Creator รีวิวได้ทันทีโดยไม่ต้องออกจากแอปฯ รวมถึงการขยายช่องทางรายได้ผ่าน Fan Funding อย่าง Jewels และ Gifts เพื่อให้ Creator สร้างรายได้ที่ยั่งยืนมากขึ้น

ไฮไลต์สำคัญที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือเรื่องของ AI ที่ปีนี้ YouTube จะปล่อยของออกมาให้เล่นกันสนุกมือ โดยเฉพาะเครื่องมือใหม่ๆ ที่จะเปลี่ยนวงการคอนเทนต์:

  • สร้าง Shorts โดยใช้ AI จำลองหน้าตาและท่าทางของตัว Creator เอง (Likeness)

  • สร้างเกมขึ้นมาเล่นได้ง่ายๆ เพียงแค่พิมพ์คำสั่ง Text Prompt

  • ทดลองสร้างดนตรีประกอบใหม่ๆ ด้วย AI

อย่างไรก็ตาม YouTube ก็ตระหนักถึงปัญหา "AI Slop" หรือคอนเทนต์ขยะคุณภาพต่ำที่เกิดจาก AI โดยยืนยันว่าจะใช้ระบบคัดกรองที่เข้มข้นขึ้น พร้อมทั้งบังคับให้ติด Label ระบุตัวตนหากคอนเทนต์นั้นถูกสร้างด้วย AI เพื่อความโปร่งใส

ปิดท้ายด้วยวิสัยทัศน์ที่มองว่า AI จะเข้ามาเป็นตัวช่วย ไม่ใช่ตัวแทนของมนุษย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงความอยากรู้อยากเห็นเข้ากับความเข้าใจ ผ่านฟีเจอร์อย่าง Ask tool ที่ให้คนดูถามคำถามเกี่ยวกับวิดีโอได้ทันที ดูทรงแล้วปี 2026 น่าจะเป็นปีที่ YouTube พยายามบาลานซ์ระหว่างความล้ำของเทคโนโลยีกับความเป็นมนุษย์ให้ลงตัวที่สุด ส่วนฟีเจอร์ตั้งเวลาดู Shorts เป็นศูนย์นั้น เด็กๆ ทั่วโลกคงต้องเตรียมตัวประท้วงคุณพ่อคุณแม่กันระนาวแน่นอน

(หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยน US$1 เท่ากับ 31.48 บาท)

ความเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น

เข้าสู่ระบบ

ยังไม่มีความเห็น

เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้