ข้ามไปยังเนื้อหา

จากชักโครกสู่ชิป AI! TOTO ขยายผลิตชิ้นส่วนเซรามิก ดันหุ้นพุ่ง 18%

เทคโนโลยี
1 ครั้ง
0 ความเห็น
2 นาที
จากชักโครกสู่ชิป AI! TOTO ขยายผลิตชิ้นส่วนเซรามิก ดันหุ้นพุ่ง 18%
Photo by Upgraded Points on Unsplash
By Suphansa Makpayab
TL;DR

TOTO แบรนด์สุขภัณฑ์ชื่อดังจากญี่ปุ่น ประกาศขยายกำลังการผลิตชิ้นส่วนเซรามิกสำหรับชิป AI รับความต้องการตลาดที่พุ่งสูง ส่งผลให้ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นถึง 18% ทำสถิติสูงสุดในรอบ 5 ปี ตามรอย Ajinomoto ที่เคยประสบความสำเร็จในวงการเซมิคอนดักเตอร์

ใครจะไปคิดว่าแบรนด์สุขภัณฑ์ที่คุ้นเคยกันดีในห้องน้ำอย่าง TOTO จะกระโดดเข้ามาร่วมวงในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ล่าสุดผู้ผลิตสัญชาติญี่ปุ่นรายนี้ได้ประกาศขยายกำลังการผลิตชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับตลาด AI ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทพุ่งทะยานขึ้นถึง 18% ทำสถิติสูงสุดในรอบ 5 ปีทันที

กุญแจสำคัญของการข้ามสายครั้งนี้คือ เซรามิก วัสดุหลักที่ TOTO เชี่ยวชาญในการทำสุขภัณฑ์นั่นเอง โดยบริษัทนำองค์ความรู้นี้มาผลิต Electrostatic Chucks (อุปกรณ์จับยึดแผ่นเวเฟอร์ซิลิกอนด้วยไฟฟ้าสถิต) ซึ่งทำหน้าที่ยึดจับและระบายความร้อนให้กับแผ่นซิลิกอนระหว่างกระบวนการผลิตชิปที่ใช้พลาสมา แม้ว่า TOTO จะผลิตชิ้นส่วนนี้มานานกว่า 40 ปีแล้ว แต่ความต้องการที่ระเบิดขึ้นจากกระแส AI ทำให้บริษัทต้องเร่งเครื่องเพิ่มกำลังการผลิตขนานใหญ่

ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในญี่ปุ่น หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ Ajinomoto แบรนด์ผงชูรสชื่อดัง ก็เคยสร้างความฮือฮาด้วยการเป็นผู้ผลิต ABF Substrate (ฉนวนหุ้มวงจร) ซึ่งเป็นวัสดุสำคัญในเทคโนโลยี Advanced Packaging (การบรรจุภัณฑ์ชิปขั้นสูง) สำหรับชิป AI รุ่นใหม่มาแล้ว สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านวัสดุศาสตร์ สามารถปรับตัวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของเทคโนโลยีล้ำสมัยได้อย่างแนบเนียน

ปัจจุบันความต้องการชิป AI ยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดันให้ราคาชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย สอดคล้องกับทิศทางของโรงงานผลิตชิปรายใหญ่อย่าง TSMC ที่เตรียมปรับขึ้นราคาชิปขั้นสูง สถานการณ์นี้ทำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนต้นน้ำฟันกำไรกันอย่างเป็นกอบเป็นกำ จากผงชูรสมาจนถึงโถส้วม อุตสาหกรรม AI กำลังกลืนกินทุกภาคส่วนของห่วงโซ่อุปทาน และมีการคาดการณ์ว่าปัญหาความต้องการล้นตลาดจะยิ่งรุนแรงขึ้นในปี 2027 ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้ โลกอาจไม่ได้เผชิญแค่วิกฤตชิปขาดแคลน แต่อาจลามไปถึงวิกฤตชักโครกขาดตลาดแทนก็เป็นได้

ความเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น

เข้าสู่ระบบ

ยังไม่มีความเห็น

เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้