เปิดแถลงการณ์ Palantir แนวคิดสุดโต่งที่อ่านแล้วเหมือนตัวร้ายในภาพยนตร์

Palantir บริษัทซอฟต์แวร์สายทหาร โพสต์สรุปแนวคิดจากหนังสือของซีอีโอ สนับสนุนการสร้างอาวุธ AI, การเกณฑ์ทหารถ้วนหน้า และวิจารณ์ความหลากหลายทางวัฒนธรรม จนสื่อต่างประเทศมองว่าคล้ายบทพูดของตัวร้าย
หากใครยังไม่ได้อ่านหนังสือ The Technological Republic ของ Alex Karp ซีอีโอแห่ง Palantir บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลและ AI สายทหารที่อยู่เบื้องหลังหน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐฯ ล่าสุดทางบริษัทได้ใจดี (หรือเปล่า?) ออกมาโพสต์สรุปใจความสำคัญความยาวกว่า 1,000 คำบนแพลตฟอร์ม X ให้ได้อ่านกัน ซึ่งเนื้อหาทั้ง 22 ข้อนั้น สื่อต่างประเทศถึงกับแซวว่าอ่านแล้วคล้ายกับบทพูดปูเรื่องของตัวร้ายในหนังสือการ์ตูนไม่มีผิด
แถลงการณ์นี้เรียกร้องให้ชาติตะวันตกตื่นตัวรับมือกับความเป็นจริงใหม่ โดยเน้นย้ำว่าพลังแห่งศีลธรรมเพียงอย่างเดียวไม่พออีกต่อไป แต่โลกยุคนี้ต้องการ Hard Power (อำนาจเชิงบังคับหรือการทหาร) ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ พร้อมกับทิ้งประเด็นชวนอึ้งไว้หลายข้อ เช่น
- อาวุธ AI คือของต้องมี: ศัตรูไม่มานั่งเถียงเรื่องจริยธรรมหรอก ดังนั้นคำถามไม่ใช่ว่าควรสร้างอาวุธ AI หรือไม่ แต่คือใครจะเป็นคนสร้าง ซึ่งชาติตะวันตกต้องทำ
- ยุคแห่งการเกณฑ์ทหาร: เสนอให้การรับใช้ชาติเป็นหน้าที่สากลของทุกคน เพื่อให้ทุกคนร่วมรับความเสี่ยงและต้นทุนหากเกิดสงครามครั้งหน้า
- ปลดล็อกเยอรมนีและญี่ปุ่น: มองว่าการลดบทบาททางการทหารของสองประเทศนี้หลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ และควรถูกยกเลิกเพื่อรักษาสมดุลอำนาจ
- ปกป้องมหาเศรษฐี: สังคมควรเลิกแซะมหาเศรษฐี (เช่น Elon Musk) ที่พยายามสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ และควรชื่นชมคนที่กล้าลงมือทำในสิ่งที่ตลาดล้มเหลว
- วิจารณ์ความหลากหลาย: โจมตีแนวคิดที่ว่าทุกวัฒนธรรมเท่าเทียมกัน โดยระบุชัดเจนว่าบางวัฒนธรรมสร้างความก้าวหน้า แต่บางวัฒนธรรมก็ถดถอยและเป็นอันตราย พร้อมต่อต้านการเปิดรับความหลากหลาย (Inclusivity) ที่ว่างเปล่า
นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังเรียกร้องให้ Silicon Valley เลิกหมกมุ่นกับแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน แล้วหันมาช่วยแก้ปัญหาอาชญากรรมรุนแรงและปกป้องประเทศแทน แนวคิดที่ดุดันและพร้อมชนทุกมิติของ Palantir ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับคนที่ติดตามบริษัทนี้มานาน แต่การประกาศจุดยืนแบบขวาสุดขอบพร้อมผลักดันเทคโนโลยีทางการทหารอย่างเต็มกำลัง ก็ทำให้หลายฝ่ายเริ่มกังวลถึงทิศทางของอุตสาหกรรม AI
ความน่าสนใจคือ เทคโนโลยีของ Palantir ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสมรภูมิรบเท่านั้น ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ดึง AI สายทหาร Palantir มาใช้คำนวณจัดที่นั่งพนักงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าซอฟต์แวร์จากบริษัทที่มีแนวคิดสุดโต่งเหล่านี้ กำลังแทรกซึมเข้าสู่ระบบราชการและชีวิตประจำวันของคนทำงานทั่วไปอย่างแนบเนียน
การเปิดไพ่โชว์อุดมการณ์แบบหมดหน้าตักครั้งนี้ ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่าใครกำลังกุมบังเหียนเทคโนโลยีระดับชาติอยู่ เมื่อบริษัทที่เชื่อมั่นในอำนาจเบ็ดเสร็จและอาวุธ AI เป็นผู้ป้อนซอฟต์แวร์ให้รัฐบาล โลกในยุคถัดไปที่ถูกขับเคลื่อนด้วยโค้ดและอัลกอริทึม คงไม่ใช่โลกที่เปิดกว้างและประนีประนอมอย่างที่หลายคนฝันถึงแน่นอน
ความเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น
เข้าสู่ระบบยังไม่มีความเห็น
เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้