ข้ามไปยังเนื้อหา

สสารมืดอาจไม่มีจริง? ทฤษฎีใหม่ชี้ 'แรงโน้มถ่วง' อาจแค่ทำตัวแปลกๆ

วิทยาศาสตร์
1 ครั้ง
0 ความเห็น
2 นาที
สสารมืดอาจไม่มีจริง? ทฤษฎีใหม่ชี้ 'แรงโน้มถ่วง' อาจแค่ทำตัวแปลกๆ
Photo by Johannes Plenio on Pexels
By Suphansa Makpayab
TL;DR

งานวิจัยใหม่ท้าทายวงการดาราศาสตร์ ชี้ 'สสารมืด' ที่เราตามหากันมานานอาจไม่มีอยู่จริง แต่เป็นเพราะ 'แรงโน้มถ่วง' มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปในสเกลระดับกาแล็กซี ซึ่งอาจอธิบายการหมุนของดวงดาวได้โดยไม่ต้องพึ่งอนุภาคลึกลับ

วงการดาราศาสตร์งงกันมาเป็นชาติครับ กับปริศนา 'สสารมืด' (Dark Matter) ที่เชื่อกันว่าเป็นเจ้าพ่อครองจักรวาลกว่า 85% แต่หาตัวไม่เคยเจอ ล่าสุดมีงานวิจัยใหม่จาก Naman Kumar นักฟิสิกส์จาก Indian Institute of Technology ออกมาโยนระเบิดลูกใหญ่ว่า "หรือจริงๆ แล้วสสารมืดมันไม่มีอยู่จริง?" แต่อาจจะเป็นความเข้าใจผิดของเราเกี่ยวกับพฤติกรรมของแรงโน้มถ่วงเองต่างหาก

ย้อนความนิดนึง ปกติที่นักวิทย์เขาเชื่อว่ามีสสารมืด เพราะเขาเห็นกาแล็กซีมันหมุนเร็วจี๋จนน่าจะแตกกระเจิงถ้ามีแค่แรงดึงดูดจากดาวที่เรามองเห็น (Visible Matter) เลยต้องตั้งสมมติฐานว่ามี "สสารที่มองไม่เห็น" มาช่วยดึงไว้ รวมถึงปรากฏการณ์เลนส์ความโน้มถ่วง (Gravitational Lensing) ที่แสงโค้งงอเกินเบอร์ แต่ก็นั่นแหละครับ หามานานก็ยังคว้าน้ำเหลว แม้จะมีงานวิจัยก่อนหน้านี้พยายามใช้ คลื่นความโน้มถ่วงแกะรอยสสารมืด หรือศึกษา ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารมืดกับนิวทริโน เพื่อยืนยันตัวตนของมันก็ตาม

ทีนี้คุณ Kumar เขาเลยเสนอโมเดลใหม่ชื่อว่า 'Infrared Running Scheme' ครับ อธิบายง่ายๆ คือ แทนที่จะไปตามหาอนุภาคผีที่มองไม่เห็น ให้ลองมองว่า "แรงโน้มถ่วง" (Gravity) อาจจะไม่ได้คงที่เสมอไป ตามกฎของนิวตัน แรงดึงดูดจะลดลงตามระยะทางยกกำลังสอง (1/r^2) แต่ทฤษฎีนี้บอกว่าในสเกลระดับกาแล็กซีใหญ่ยักษ์ แรงโน้มถ่วงอาจจะเปลี่ยนพฤติกรรม ลดลงแค่ตามระยะทางเฉยๆ (1/r) ทำให้มันมีแรงดึงมากพอที่จะยึดกาแล็กซีไว้ได้โดยไม่ต้องง้อสสารมืดเลยครับ

แน่นอนว่าทฤษฎีนี้ยังต้องพิสูจน์อีกเยอะครับ โดยเฉพาะการอธิบายเรื่องเลนส์ความโน้มถ่วงและการก่อตัวของจักรวาลยุคแรก (Early Universe) ที่โมเดลสสารมืดทำไว้ได้ดีมาก แต่ก็นับว่าเป็นไอเดียแสบสันต์ที่ชวนให้เราฉุกคิดว่า บางทีคำตอบอาจจะไม่ได้อยู่ที่ "สิ่งที่เรามองไม่เห็น" แต่อยู่ที่ "กฎเกณฑ์ที่เราคิดว่าเรารู้ดีแล้ว" ก็เป็นได้ครับ

ความเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น

เข้าสู่ระบบ

ยังไม่มีความเห็น

เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้