ข้ามไปยังเนื้อหา

งานวิจัยชี้ 'หมึกรอยสัก' อาจรบกวนระบบภูมิคุ้มกันมากกว่าที่คิด

สุขภาพ
84 ครั้ง
0 ความเห็น
3 นาที
งานวิจัยชี้ 'หมึกรอยสัก' อาจรบกวนระบบภูมิคุ้มกันมากกว่าที่คิด
Photo by Anima Visual on Unsplash
By Suphansa Makpayab
TL;DR

เจาะลึกผลกระทบทางชีววิทยาของ 'รอยสัก' ที่ไม่ได้อยู่แค่บนผิวหนัง แต่อนุภาคหมึกสามารถเดินทางเข้าสู่ระบบน้ำเหลืองและอาจรบกวนการทำงานของภูมิคุ้มกัน รวมถึงประสิทธิภาพของวัคซีนบางชนิด

จากศิลปะบนเรือนร่างที่เคยเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่ม วันนี้รอยสักกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่ภายใต้ลวดลายสวยงามและความหมายลึกซึ้งนั้น มีกระบวนการทางชีววิทยาที่ซับซ้อนซ่อนอยู่ เพราะทันทีที่เข็มจิ้มลงไป ร่างกายของเราไม่ได้มองว่ามันคือศิลปะ แต่มองว่าหมึกเหล่านั้นคือ "สิ่งแปลกปลอม" ที่ต้องจัดการ ซึ่งงานวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่าผลกระทบของมันอาจลึกซึ้งกว่าแค่ระดับผิวหนัง

สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ หมึกรอยสักจำนวนมากไม่ได้ถูกวิจัยมาเพื่อฉีดเข้าร่างกายมนุษย์โดยเฉพาะ แต่ดัดแปลงมาจากเม็ดสีในอุตสาหกรรม เช่น สีพ่นรถยนต์ พลาสติก หรือโทนเนอร์เครื่องพิมพ์ ซึ่งอาจปนเปื้อนโลหะหนักอย่างนิกเกิลและโครเมียม เมื่อหมึกเข้าสู่ชั้นผิวหนัง (Dermis) ระบบภูมิคุ้มกันจะส่งเม็ดเลือดขาวมากัดกินเพื่อกำจัดออก แต่อนุภาคหมึกมักจะใหญ่เกินกว่าจะย่อยสลายได้ ทำให้มันติดค้างอยู่ในเซลล์ผิวหนัง (นั่นคือสาเหตุที่รอยสักติดทน) ทว่ามีหมึกบางส่วนที่เล็ดลอดเดินทางผ่านระบบน้ำเหลืองและไปสะสมอยู่ที่ต่อมน้ำเหลือง (Lymph Nodes) ซึ่งเป็นด่านหน้าสำคัญของระบบภูมิคุ้มกัน

ประเด็นที่น่าจับตามองคือ การสะสมของสารเคมีเหล่านี้อาจส่งผลระยะยาว งานวิจัยระบุว่าเม็ดสีสามารถกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและอาจรบกวนการสื่อสารระหว่างเซลล์ภูมิคุ้มกัน ที่น่าสนใจคือมีการค้นพบว่าหากมีการฉีดวัคซีน (เช่น วัคซีน COVID-19) ลงในบริเวณที่มีรอยสัก อาจทำให้การตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนนั้นลดลง แม้จะยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่ารอยสักก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์โดยตรง แต่สารประกอบบางอย่างในหมึก เช่น Azo dyes สามารถแตกตัวเป็นสารก่อมะเร็ง (Carcinogenic) ได้เมื่อโดนแสงแดดจัดหรือเลเซอร์ลบรอยสัก

ปัญหาใหญ่ในตอนนี้คือมาตรฐานการควบคุมหมึกรอยสักทั่วโลกยังค่อนข้างหละหลวมเมื่อเทียบกับเครื่องสำอางหรือยา ทำให้ผู้บริโภคแทบไม่รู้เลยว่ามีสารเคมีอะไรบ้างที่กำลังจะถูกฝังลงไปในร่างกาย รอยสักอาจจะเป็นการแสดงออกถึงตัวตนที่ทรงพลัง แต่ในมุมของชีววิทยา มันเปรียบเสมือนการทดลองทางเคมีระยะยาวบนร่างกายมนุษย์ที่ผลลัพธ์ยังต้องติดตามกันต่อไป... ใครที่กำลังวางแผนจะไปลงเข็มเพิ่ม อาจต้องเริ่มเช็ก "ส่วนผสม" ของหมึกให้ละเอียดพอๆ กับการเลือก "ลายเส้น" ของช่างเสียแล้ว

ความเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น

เข้าสู่ระบบ

ยังไม่มีความเห็น

เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้