ข้ามไปยังเนื้อหา

Take-Two เผยเหตุผล GTA 6 ไม่ลง PC วันแรก ยันไม่เกี่ยวดีลลับ Sony

เทคโนโลยี
4 ครั้ง
0 ความเห็น
3 นาที
Take-Two เผยเหตุผล GTA 6 ไม่ลง PC วันแรก ยันไม่เกี่ยวดีลลับ Sony
Image Credit: Rockstar
By Suphansa Makpayab
TL;DR

ใครรอเล่น GTA 6 บน PC คงต้องทำใจยาวๆ เพราะบอสใหญ่ Take-Two ออกมาเฉลยเองว่าทำไมถึงเลือกเจาะตลาดคอนโซลก่อน พร้อมรับสภาพว่าการเข็นเกมฟอร์มยักษ์นี้ออกมาเป็นเรื่องที่น่ากลัวกว่าที่คิด

สาวกเกมเมอร์ฝั่ง PC ที่กำลังรอคอย Grand Theft Auto VI (GTA 6) คงต้องฝึกความอดทนกันต่อไป เพราะตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ เฉพาะบนเครื่อง PS5 และ Xbox Series X|S เท่านั้น ซึ่งคำถามที่หลายคนสงสัยคือ ทำไมเกมระดับนี้ถึงไม่ยอมปล่อยลง PC พร้อมกันตั้งแต่วันแรก

Strauss Zelnick บอสใหญ่แห่ง Take-Two ออกมาไขข้อข้องใจผ่านการให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ว่า Rockstar Games มักจะเลือกปล่อยเกมลงคอนโซลก่อนเสมอ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการโฟกัสที่กลุ่มเป้าหมายหลัก (Core Audience) เพราะถ้าไม่สามารถตอบสนองผู้เล่นกลุ่มหลักได้ดีที่สุดตั้งแต่แรก ก็ยากที่จะขยายความสำเร็จไปสู่ผู้เล่นกลุ่มอื่น พร้อมทั้งปฏิเสธข่าวลือที่ว่าสาเหตุที่เกมไม่ลง PC เป็นเพราะติดดีลการตลาดกับทาง Sony โดยยืนยันชัดเจนว่า "ไม่เกี่ยวกันเลย"

แม้จะเน้นคอนโซลเป็นหลัก แต่ Zelnick ก็ยอมรับว่าตลาด PC ในปัจจุบันเติบโตขึ้นมาก จากที่เคยมีสัดส่วนยอดขายเพียง 5% ในปี 2007 ตอนนี้เกมฟอร์มยักษ์สามารถกวาดยอดขายจากฝั่ง PC ได้ถึง 45-50% การทิ้งช่วงปล่อยเวอร์ชัน PC ออกมาทีหลัง จึงกลายเป็นการสร้างรอบการขายที่สอง (Second Selling Cycle) ซึ่งในมุมธุรกิจก็คือการเปิดโอกาสให้แฟนเดนตายยอมจ่ายเงินซื้อเกมเดิมซ้ำอีกรอบนั่นเอง สอดคล้องกับความเห็นของอดีตนักพัฒนา Rockstar ที่เคยระบุว่าบริษัทมักจะ "ให้ความสำคัญกับสิ่งที่ทำเงินได้ก่อน"

นอกจากเรื่องแพลตฟอร์มแล้ว Zelnick ยังเผยความรู้สึกว่าการปล่อย GTA 6 ถือเป็นเรื่องที่ "น่ากลัว" (Terrifying) เพราะความคาดหวังจากแฟนๆ นั้นสูงทะลุเพดาน ตัวเกมถูกประเมินว่าจะทำยอดขายได้ถึง 40 ล้านชุด และกวาดรายได้ทะลุ US$3 billion (≈ 9.42 หมื่นล้านบาท) ภายในปีแรก ซึ่งถือเป็นงานหินในการก้าวข้ามร่มเงาของรุ่นพี่อย่าง GTA 5 ที่เคยทำยอดขายสะสมไว้กว่า 225 ล้านชุด

สำหรับราคาขายของ GTA 6 ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แม้ทาง Bank of America จะเคยเสนอไอเดียให้ตั้งราคาไว้ที่ US$80 (≈ 2,512 บาท) เพื่อเป็นบรรทัดฐานใหม่ให้วงการเกม แต่ Zelnick ก็ออกตัวไว้ก่อนหน้านี้ว่าราคาจะอยู่ในระดับที่ "สมเหตุสมผล" ซึ่งก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่าคำว่าสมเหตุสมผลของค่ายเกมระดับนี้ จะเป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์เกมเมอร์แค่ไหน

(หมายเหตุ: แปลงค่าเงินโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 31.40 บาท ณ วันที่ 9 ก.พ.)

ความเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น

เข้าสู่ระบบ

ยังไม่มีความเห็น

เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้