ข้ามไปยังเนื้อหา

Google สั่งแบนผู้ใช้ OpenClaw บน Antigravity อ้างสูบทรัพยากรหนักทำระบบรวน

เทคโนโลยี
2 ครั้ง
0 ความเห็น
3 นาที
Google สั่งแบนผู้ใช้ OpenClaw บน Antigravity อ้างสูบทรัพยากรหนักทำระบบรวน
Photo by Nicolas-Debray on Pixabay
By Suphansa Makpayab
TL;DR

Google สั่งระงับสิทธิ์การเข้าถึง Antigravity สำหรับผู้ที่ใช้งานผ่าน OpenClaw โดยอ้างว่ามีการใช้งานผิดประเภท (Malicious Usage) จนทำให้ระบบหลักทำงานหนักเกินไป ส่งผลให้ผู้ใช้งานบางส่วนเข้าบัญชี Google ไม่ได้ชั่วคราว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากผู้สร้าง OpenClaw ย้ายไปร่วมงานกับ OpenAI คู่แข่งคนสำคัญ สะท้อนทิศทาง Tech Giant ที่เริ่มปิดกั้น Third-party Agent เพื่อสร้าง Walled Garden ของตัวเอง

งานเข้าชาว Dev กันแต่เช้า เมื่อ Google ตัดสินใจ "เชือดไก่ให้ลิงดู" ด้วยการระงับสิทธิ์การเข้าถึง Antigravity (แพลตฟอร์มเขียนโค้ดพลัง AI ตัวใหม่) สำหรับผู้ใช้งานที่เชื่อมต่อผ่านเครื่องมือ Third-party ยอดฮิตอย่าง OpenClaw โดยให้เหตุผลว่ามีการใช้งานที่เข้าข่าย "ประสงค์ร้าย" (Malicious Usage) จนส่งผลกระทบต่อคุณภาพการให้บริการโดยรวม

เรื่องราวเริ่มจากช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ใช้งาน OpenClaw หลายรายออกมาโวยผ่าน Social Media ว่าจู่ ๆ ก็ไม่สามารถเข้าใช้งาน Antigravity ได้ หนักข้อกว่านั้นคือบางคนถึงขั้นเข้าบัญชี Google หลักไม่ได้เลยทีเดียว สาเหตุหลักมาจาก Google ตรวจพบว่ามีการใช้ OpenClaw ยิง Request เข้ามาดึง Gemini Token ผ่าน Antigravity ในปริมาณมหาศาลจนระบบโหลดหนักผิดปกติ

Varun Mohan วิศวกรจาก Google DeepMind (และอดีตผู้ก่อตั้ง Windsurf) ออกมาชี้แจงผ่าน X ว่า ทางทีมพบการใช้งาน Backend ของ Antigravity ที่พุ่งสูงขึ้นแบบผิดปกติจากการใช้งานผ่าน Third-party เหล่านี้ ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานคนอื่น ๆ ได้รับผลกระทบ "เราจำเป็นต้องตัดการเชื่อมต่อของผู้ใช้กลุ่มนี้ทันที แม้เราจะเข้าใจว่าบางคนอาจไม่ได้ตั้งใจทำผิด ToS (Terms of Service) ก็ตาม แต่เราต้องรักษาคุณภาพบริการให้ผู้ใช้ส่วนใหญ่ก่อน"

ประเด็นที่น่าจับตามองคือ "จังหวะเวลา" ของการแบนครั้งนี้ เพราะมันเกิดขึ้นเพียง 1 สัปดาห์หลังจากที่ Peter Steinberger ผู้สร้าง OpenClaw ประกาศย้ายค่ายไปซบ OpenAI (คู่แข่งตัวฉกาจของ Google) เพื่อดูแลโปรเจกต์ Personal Agents รุ่นถัดไป ทำให้หลายคนมองว่านี่อาจไม่ใช่แค่เรื่อง Server Load แต่เป็นเกมการเมืองระหว่างค่าย AI หรือไม่

ผลกระทบที่ตามมาคือ Peter Steinberger ประกาศสวนทันควันว่า OpenClaw จะถอดการสนับสนุน Google ออกจากระบบ ในขณะที่ Google ยืนยันว่าไม่ได้แบนถาวร แต่ต้องการให้กลับมาใช้งานในรูปแบบที่ถูกต้องตามกฎกติกา

เหตุการณ์นี้สะท้อนเทรนด์ใหม่ของวงการ AI ที่กำลังเปลี่ยนจากยุค "Bring Your Own Agent" (ใช้อะไรก็ได้มาต่อโมเดลฉัน) เข้าสู่ยุค "Walled Garden" (ต้องใช้ของฉันเท่านั้น) อย่างเต็มตัว ไม่ต่างจากที่ Anthropic เคยจำกัดการเข้าถึง Claude Code มาก่อนหน้านี้ เพื่อควบคุมทั้งประสบการณ์ใช้งาน ข้อมูล Telemetry และที่สำคัญคือ "รายได้" ไม่ให้รั่วไหลไปเข้ากระเป๋า Third-party Wrapper นั่นเอง

สำหรับองค์กรที่จ่ายค่าสมาชิกเดือนละ US$250 (≈ 7,850 บาท) เพื่อใช้บริการระดับ Ultra ก็ต้องหนาว ๆ ร้อน ๆ เพราะกรณีนี้พิสูจน์แล้วว่า ต่อให้จ่ายแพงแค่ไหน ถ้าเจ้าของแพลตฟอร์มเปลี่ยนนิยามคำว่า "Fair Use" เมื่อไหร่ คุณก็อาจโดนตัดหางปล่อยวัดได้ทันที

ความเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น

เข้าสู่ระบบ

ยังไม่มีความเห็น

เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้