FBI ยอมรับ ซื้อข้อมูลพิกัดประชาชนอเมริกาจาก Data Broker เพื่อเลี่ยงการขอหมายศาล

เมื่อศาลสั่งให้ต้องมีหมายศาลถึงจะขอข้อมูลพิกัดมือถือได้ FBI เลยแก้เกมด้วยการใช้เงินซื้อจากบริษัทเอกชนแทน งานนี้ทำเอานักการเมืองสหรัฐฯ ถกเถียงเดือดเรื่องสิทธิส่วนบุคคล
ประเด็นความเป็นส่วนตัวกลับมาเป็นที่ถกเถียงเดือดอีกครั้ง เมื่อ Kash Patel ผู้อำนวยการ FBI ยอมรับกลางที่ประชุมคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐฯ ว่าหน่วยงานกำลังกว้านซื้อข้อมูลระบุตำแหน่ง (Location Data) ของประชาชนจากบริษัทนายหน้าค้าข้อมูล หรือ Data Broker เพื่อนำมาใช้ติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคลเป้าหมาย
จุดพลิกผันของเรื่องนี้ต้องย้อนไปในปี 2018 เมื่อศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำสั่งว่าหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต้องมีหมายศาล หากต้องการขอข้อมูลระบุตำแหน่งจากผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ แต่แทนที่จะทำตามขั้นตอน FBI กลับเลือกใช้ช่องโหว่ด้วยการกำเงินไปซื้อข้อมูลชุดเดียวกันนี้จาก Data Broker แทน ซึ่งทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงข้อมูลของใครก็ได้โดยไม่ต้องเหนื่อยไปขอหมายศาลให้ยุ่งยาก
Kash Patel อ้างว่าการซื้อข้อมูลเชิงพาณิชย์เหล่านี้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและกฎหมายความเป็นส่วนตัวด้านการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Communications Privacy Act) แถมยังช่วยให้ได้ข้อมูลข่าวกรองที่มีค่า แต่ทางฝั่งวุฒิสมาชิก Ron Wyden กลับมองว่านี่คือการตีรวนและหลบเลี่ยงการแก้ไขรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 4 (Fourth Amendment) ที่คุ้มครองประชาชนจากการตรวจค้นโดยไม่มีเหตุอันควร ยิ่งในยุคที่ AI สามารถกวาดข้อมูลส่วนตัวมหาศาลมาประมวลผลได้ การกระทำแบบนี้ยิ่งอันตราย และเป็นเหตุผลชั้นดีที่สภาคองเกรสต้องเร่งผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปการสอดแนมของรัฐ (Government Surveillance Reform Act)
อย่างไรก็ตาม วุฒิสมาชิก Tom Cotton ประธานคณะกรรมาธิการฯ กลับออกโรงป้อง FBI โดยเน้นย้ำคำว่าข้อมูลที่มีขายในเชิงพาณิชย์ เป็นการบอกกลาย ๆ ว่าถ้าเอกชนซื้อขายกันได้ รัฐก็ย่อมซื้อได้เช่นกัน กลายเป็นตลกร้ายในยุคดิจิทัลที่รัฐไม่ต้องแอบดักฟังให้เหนื่อย แค่มีงบประมาณก็สามารถช้อปปิ้งพิกัดชีวิตของเราได้ตามใจชอบเสียแล้ว
ความเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น
เข้าสู่ระบบยังไม่มีความเห็น
เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้