ข้ามไปยังเนื้อหา

กำแพงสหรัฐฯ ร้าว! ByteDance มุดช่องโหว่ใช้ชิป NVIDIA Blackwell ผ่านมาเลเซีย

เทคโนโลยี
2 ครั้ง
0 ความเห็น
3 นาที
กำแพงสหรัฐฯ ร้าว! ByteDance มุดช่องโหว่ใช้ชิป NVIDIA Blackwell ผ่านมาเลเซีย
Photo by jorono on Pixabay
By Suphansa Makpayab
TL;DR

ByteDance บริษัทยักษ์ใหญ่จากจีน หาช่องโหว่หลบหลีกมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ สำเร็จ ด้วยการเช่าใช้พลังประมวลผลจากชิป AI รุ่นท็อปอย่าง NVIDIA Blackwell B200 ผ่านผู้ให้บริการคลาวด์ในประเทศมาเลเซีย

สงครามชิป AI ระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงดุเดือดชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีประเด็น สหรัฐฯ สั่งเบรก NVIDIA ห้ามส่งชิป Blackwell ขายให้จีนเด็ดขาด หวังตัดกำลังการพัฒนาเทคโนโลยีของแดนมังกร แต่ดูเหมือนว่ากำแพงเหล็กที่สร้างไว้จะไม่ได้ไร้รอยต่ออย่างที่คิด เมื่อ ByteDance ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีน สามารถมุดช่องโหว่เข้าไปใช้งานชิปตัวท็อปได้สำเร็จ

วิธีการของ ByteDance ไม่ใช่การลักลอบนำเข้าฮาร์ดแวร์แบบดื้อ ๆ แต่เป็นการใช้ท่าไม้ตาย "เช่าใช้" ผ่านผู้ให้บริการ Cloud ในประเทศมาเลเซียที่ชื่อว่า Aolani ซึ่งความพีคคือ Aolani ดันมีสถานะเป็นลูกค้าระดับ Tier-1 ของ NVIDIA ทำให้ได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าถึงชิป AI รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Blackwell B200 ก่อนใคร งานนี้ ByteDance เลยรับอานิสงส์ ได้ใช้พลังประมวลผลระดับเทพโดยไม่ต้องเอาชิปเข้าประเทศจีนแม้แต่ชิ้นเดียว

เทคนิคการเช่าคลาวด์นอกประเทศ (Offshore Cloud) กำลังกลายเป็นทางออกยอดฮิตของบริษัท AI จีน ไม่ว่าจะเป็น Tencent หรือ ByteDance ต่างก็หันมาพึ่งพาศูนย์ข้อมูลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งสิงคโปร์และมาเลเซีย เพราะประเทศเหล่านี้ไม่ได้อยู่ภายใต้ข้อจำกัดการส่งออกของสหรัฐฯ ถือเป็นการแก้เกมที่ชาญฉลาด หลังจากที่ ส่วนแบ่งตลาดชิป AI ของ NVIDIA ในจีนร่วงลงเหลือ 0% จากมาตรการกีดกันทางการค้า

ด้าน NVIDIA พอโดนจี้ถามเรื่องนี้ก็ออกมาชี้แจงแบบหล่อ ๆ ว่า กฎการส่งออกปัจจุบันอนุญาตให้สร้างและให้บริการ Cloud นอกประเทศที่ถูกควบคุมได้อยู่แล้ว พร้อมย้ำว่าการคว้าดีลธุรกิจเหล่านี้คือตัวตัดสินชัยชนะในสมรภูมิ AI ซึ่งจะนำเม็ดเงินมหาศาลกลับสู่สหรัฐฯ บริษัทไม่สามารถปล่อยให้ตลาดเอเชียหลุดมือไปให้คู่แข่งต่างชาติได้อีก และยืนยันว่าพันธมิตรทุกรายต้องผ่านการตรวจสอบความโปร่งใสอย่างเข้มงวดก่อนรับสินค้า

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ อาจไม่ได้ทำให้จีนขาดแคลนพลังประมวลผลอย่างที่ตั้งใจไว้ เพราะตราบใดที่โลกนี้ยังมีระบบ Cloud การแบนฮาร์ดแวร์ก็เหมือนการสร้างกำแพงสูงตระหง่าน แต่ดันเปิดประตูหลังทิ้งไว้ให้คนเดินเข้าออกสบาย ๆ ซะอย่างนั้น

ความเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น

เข้าสู่ระบบ

ยังไม่มีความเห็น

เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้