ข้ามไปยังเนื้อหา

หอยสังข์ 6,000 ปี ดัดแปลงเป็นแตรสัญญาณ เสียงดังสนั่น 111 เดซิเบล

วิทยาศาสตร์
2 ครั้ง
0 ความเห็น
2 นาที
หอยสังข์ 6,000 ปี ดัดแปลงเป็นแตรสัญญาณ เสียงดังสนั่น 111 เดซิเบล
Image Credit: Antiquity
By Suphansa Makpayab
TL;DR

นักวิจัยค้นพบหอยสังข์โบราณยุคหินใหม่ในสเปนที่ถูกดัดแปลงเจาะรูเพื่อใช้เป่า เมื่อทดลองโดยนักดนตรีอาชีพพบว่าสร้างเสียงได้ดังถึง 111.5 เดซิเบล เทียบเท่าเสียงเลื่อยยนต์หรือแตรรถ คาดว่าเป็นเทคโนโลยีสื่อสารระยะไกลของคนยุคนั้น

เชื่อไหมว่า "หอยสังข์" เก่าเก็บอายุร่วม 6,000 ปี อาจเป็นเทคโนโลยีการสื่อสารสุดล้ำของมนุษย์ยุคหินใหม่ (Neolithic) เมื่อทีมนักโบราณคดีลองหยิบมันมาปัดฝุ่นแล้ว "เป่า" ดูจริงๆ ผลลัพธ์ที่ได้ทำเอาหูดับตับไหม้ เพราะมันส่งเสียงคำรามได้ดังสนั่นถึง 111.5 เดซิเบล ซึ่งความดังระดับนี้เทียบเท่ากับเสียงแตรรถยนต์ หรือเสียงเลื่อยยนต์ (Chainsaw) ที่กำลังทำงานเลยทีเดียว

การค้นพบนี้เป็นผลงานของ Miquel López-Garcia และ Margarita Díaz-Andreu จาก University of Barcelona ที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Antiquity โดยพวกเขาได้นำหอยสังข์ 12 ชิ้นจากแหล่งโบราณคดีในแคว้นคาตาโลเนีย (Catalonia) มาวิเคราะห์ สิ่งที่น่าสนใจคือหอยเหล่านี้ถูก "เจาะรู" บริเวณยอด (Apex) อย่างตั้งใจ เพื่อให้ลมผ่านได้เหมือนปากเป่าทรัมเป็ต และที่พีคคือ López-Garcia ซึ่งเป็นนักทรัมเป็ตมืออาชีพด้วย ได้ลองโชว์พลังปอดเป่าหอยที่ยังสมบูรณ์ 8 ตัว ปรากฏว่าเสียงที่ออกมานั้นดังกึกก้องและทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ

ประเด็นที่ทำให้งานวิจัยนี้น่าเชื่อถือคือ ร่องรอยทางชีวภาพบนเปลือกหอยที่บ่งบอกว่า มนุษย์ยุคนั้นเก็บหอยเหล่านี้มาหลังจากที่ตัวหอยตายไปแล้ว (มีรอยหนอนและสัตว์กินเนื้ออื่นๆ) แปลว่าพวกเขาไม่ได้ล่าเพื่อ "กิน" แต่ตั้งใจหาเปลือกมาทำเป็น "Gadget" โดยเฉพาะ ด้วยความดังระดับ 100+ เดซิเบล นักวิจัยจึงฟันธงว่าฟังก์ชันหลักของมันน่าจะเป็น "เครื่องมือสื่อสารระยะไกล" สำหรับเกษตรกรยุคหินที่ต้องดูแลพื้นที่กว้างขวาง มากกว่าจะเป็นแค่เครื่องดนตรีบรรเลงเพลงรัก

แม้จะยังไม่ตัดความเป็นไปได้เรื่องการใช้ประกอบพิธีกรรมหรือดนตรี (เพราะเป่าเปลี่ยนคีย์ได้นิดหน่อย) แต่หลักฐานเรื่องความดังมันฟ้องชัดเจนว่านี่คือ "โทรโข่ง" ยุคโบราณชัดๆ... แหม ถ้าเสียงดังขนาดนี้ หวังว่าเพื่อนบ้านยุคหินคงไม่ปาหินใส่กันเพราะหนวกหูตอนซ้อมเป่านะครับ

ความเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น

เข้าสู่ระบบ

ยังไม่มีความเห็น

เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้