ระวัง! ถ่ายคลิปรถที่มีระบบ LiDAR อาจทำกล้องมือถือพังถาวรไม่รู้ตัว

ระบบ LiDAR บนรถยนต์รุ่นใหม่ใช้แสงเลเซอร์ IR ความเข้มข้นสูง ซึ่งปลอดภัยต่อตาคนแต่สามารถทำลายเซนเซอร์ CMOS ของกล้องมือถือให้เสียหายถาวรได้หากถ่ายวิดีโอจ่อตรงๆ
ยุคนี้รถยนต์ฉลาดขึ้นเยอะ โดยเฉพาะค่ายผู้นำด้านความปลอดภัยอย่าง Volvo ที่เริ่มติดตั้งระบบ LiDAR ไว้บนหลังคารถเพื่อช่วยตรวจจับสภาพแวดล้อมแบบ 3D ได้อย่างแม่นยำ แต่เทคโนโลยีสุดล้ำที่ช่วยชีวิตคนเดินถนนนี้ กลับกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของสมาร์ทโฟนในมือเราโดยไม่รู้ตัว
ประเด็นนี้ถูกจุดขึ้นมาหลังจากบัญชี @Rainmaker1973 บน X ได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะถ่ายรถ Volvo EX90 ที่มีระบบ LiDAR ทำงานอยู่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือทันทีที่เลนส์กล้องหันไปเจอกับตัวส่งสัญญาณ ภาพในหน้าจอ Viewfinder ก็เกิดอาการ Glitch รุนแรง ปรากฏเป็นจุดสีม่วงชมพูคล้ายดาวตกพุ่งเป็นสาย ซึ่งนั่นคือสัญญาณเตือนว่าเซนเซอร์กล้องกำลังถูกทำลาย
สาเหตุหลักมาจากระบบ LiDAR ใช้การยิงเลเซอร์อินฟราเรด (IR) ที่มีความยาวคลื่น 1,550nm ด้วยความเข้มข้นสูงเพื่อตรวจจับวัตถุในระยะไกล แม้ตาเปล่าเราจะมองไม่เห็น แต่เซนเซอร์ CMOS ในสมาร์ทโฟนนั้นไวต่อแสง IR มาก เมื่อเจอลำแสงเลเซอร์ความเข้มสูงยิงอัดเข้าไปตรงๆ จะเกิดความร้อนสะสมจนทำให้พิกเซลบนเซนเซอร์เสียหายถาวร (Dead Pixels) หรือที่เรียกว่าเซนเซอร์ไหม้นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม ต้องบอกให้สบายใจกันก่อนว่าแสงเลเซอร์จาก LiDAR นี้ ปลอดภัยต่อดวงตามนุษย์ โดยผ่านมาตรฐาน Class 1 laser ซึ่งความยาวคลื่นระดับนี้จะถูกบล็อกก่อนที่จะเดินทางไปถึงเรตินาตา แต่สำหรับกล้องมือถือที่ไม่มีกลไกป้องกันตามธรรมชาติแบบมนุษย์ มันคืออาวุธสังหารเซนเซอร์ดีๆ นี่เอง
ดังนั้น ใครที่ไปเดินงานโชว์รถหรือเจอรถที่มีจุก LiDAR บนหลังคาตามท้องถนน ก็ระวังมุมกล้องให้ดี อย่าเผลอไปถ่ายคลิปจ้องตากับเลเซอร์เข้าจังๆ ไม่งั้นแทนที่จะได้รูปรถสวยๆ อาจจะได้ฤกษ์ถอยมือถือเครื่องใหม่แทน
ความเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น
เข้าสู่ระบบยังไม่มีความเห็น
เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้