ข้ามไปยังเนื้อหา

ญี่ปุ่นเอาจริง! ไฟเขียวทหารไซเบอร์ "แฮกสวนกลับ" เริ่ม 1 ต.ค. นี้

เทคโนโลยี
2 ครั้ง
0 ความเห็น
2 นาที
ญี่ปุ่นเอาจริง! ไฟเขียวทหารไซเบอร์ "แฮกสวนกลับ" เริ่ม 1 ต.ค. นี้
Photo by vickygharat on Pixabay
By Suphansa Makpayab
TL;DR

รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศเตรียมใช้มาตรการ "Proactive Cyber-Defense" หรือการแฮกสวนกลับผู้โจมตี โดยให้อำนาจกองกำลังป้องกันตนเอง (SDF) เริ่มปฏิบัติการได้ตั้งแต่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป เพื่อรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น

หมดยุคตั้งรับรอโดนตีฝ่ายเดียว เมื่อรัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ ประกาศไฟเขียวให้กองกำลังป้องกันตนเอง (SDF) สามารถดำเนินปฏิบัติการไซเบอร์เชิงรุก หรือที่เรียกกันแบบทางการว่า "Proactive Cyber-Defense" ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป ซึ่งถ้าพูดกันตามภาษาชาวบ้านก็คือการ "แฮกสวนกลับ" (Hacking Back) นั่นเอง

Minoru Kihara เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ออกมาแถลงถึงความจำเป็นในครั้งนี้ว่า ปัจจุบันญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงแห่งชาติที่ซับซ้อนที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ประกอบกับการที่สังคมกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว ทำให้ภัยคุกคามจากการโจมตีทางไซเบอร์ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อทั้งชีวิตประชาชนและระบบเศรษฐกิจ

สำหรับขั้นตอนการทำงาน รัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการจัดการไซเบอร์ขึ้นมาเพื่อพิจารณาอนุมัติหรือปฏิเสธปฏิบัติการ หากไฟเขียวผ่านฉลุย ทางตำรวจและกองกำลังป้องกันตนเองจะมีอำนาจในการ "โจมตีและปิดการทำงาน" ของโครงสร้างพื้นฐานที่ศัตรูใช้ก่อเหตุ โดยยังคงต้องรักษาสมดุลเรื่องความเป็นส่วนตัวของประชาชนเอาไว้ด้วย ซึ่งถือเป็นการตีความรัฐธรรมนูญมาตรา 9 ที่แต่เดิมห้ามการรุกรานทางทหาร ให้เข้ากับยุคสมัยที่สมรภูมิรบย้ายมาอยู่บนโลกออนไลน์

การขยับตัวครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก หากมองย้อนไปถึงวีรกรรมที่องค์กรในญี่ปุ่นเคยโดนถล่มมานับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นค่ายรถยนต์อย่าง Toyota หรือแม้แต่องค์การอวกาศ JAXA อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากสถาบัน The International Institute for Strategic Studies (IISS) ระบุว่าปัจจุบันขีดความสามารถด้านไซเบอร์ของญี่ปุ่นยังถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม Tier 3 หรือกลุ่มประเทศที่ยังมีจุดอ่อนสำคัญอยู่มาก เมื่อเทียบกับพี่ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาที่ครองแชมป์ Tier 1

งานนี้ญี่ปุ่นคงต้องเร่งเครื่องอัปสกิลกันชุดใหญ่ เพราะในโลกไซเบอร์ที่ไม่มีพรมแดน การมีเกราะป้องกันที่หนาอาจไม่สำคัญเท่ากับการมีดาบที่คมพอจะฟาดฟันต้นตอของปัญหาให้สิ้นซาก

ความเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น

เข้าสู่ระบบ

ยังไม่มีความเห็น

เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้