Apple Card ย้ายค่ายซบ JPMorgan Chase แทน Goldman Sachs ดีลนี้สะเทือน 6 แสนล้าน

Apple ประกาศเปลี่ยนผู้ออกบัตร Apple Card จาก Goldman Sachs เป็น JPMorgan Chase อย่างเป็นทางการ โดยกระบวนการเปลี่ยนผ่านจะใช้เวลาถึง 2 ปี ผู้ใช้งานปัจจุบันยังใช้บัตรได้ตามปกติ งานนี้ JPMorgan รับโอนยอดหนี้กว่า 6.47 แสนล้านบาท ส่วน Goldman Sachs ยอมเจ็บเพื่อจบจากตลาดรายย่อย
ในที่สุดข่าวลือที่หนาหูมาข้ามปีก็กลายเป็นความจริง เมื่อ Apple ประกาศอย่างเป็นทางการว่าได้พันธมิตรรายใหม่มาดูแล Apple Card แล้ว นั่นคือพี่ใหญ่วงการธนาคารอย่าง JPMorgan Chase ที่จะมารับไม้ต่อจาก Goldman Sachs ธนาคารเพื่อการลงทุนที่ดูเหมือนจะเข็ดขยาดกับตลาดผู้บริโภครายย่อยเต็มทน โดย Apple ระบุว่ากระบวนการเปลี่ยนผ่านระบบหลังบ้านทั้งหมดนี้อาจกินเวลานานถึง 24 เดือนเลยทีเดียว
ดีลนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนโลโก้หลังบัตร แต่เป็นการโยกย้ายพอร์ตสินเชื่อขนาดยักษ์ โดย JPMorgan เผยว่าจะรับโอนยอดคงค้างบัตรเครดิต (Card Balances) มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 6.47 แสนล้านบาท) เข้าสู่ระบบของ Chase ทางด้าน Goldman Sachs นั้นดูเหมือนจะยอม "เจ็บเพื่อจบ" โดย Wall Street Journal รายงานว่าพวกเขายอมขายพอร์ตนี้ในราคาที่มีส่วนลดถึง 1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท) แถมยังคาดการณ์ว่าจะต้องตั้งสำรองหนี้เสียอีกกว่า 2.2 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4 ปี 2025 เพื่อปิดฉากความสัมพันธ์นี้
สำหรับผู้ถือบัตร Apple Card ในปัจจุบัน Apple ยืนยันว่า "ยังไม่ต้องทำอะไร" บัตรยังคงรูดปรื๊ดได้ปกติผ่านเครือข่าย Mastercard เหมือนเดิม รวมถึงผู้สมัครหน้าใหม่ก็ยังสมัครได้ปกติ สิทธิประโยชน์ตัวชูโรงอย่าง Daily Cash ที่คืนเงินสูงสุด 3% หรือนโยบายไม่คิดค่าธรรมเนียมหยุมหยิมก็ยังอยู่ครบถ้วน
การย้ายค่ายครั้งนี้ถือเป็นการแก้เกมที่สมเหตุสมผล เพราะ JPMorgan Chase มีความเชี่ยวชาญและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับบัตรเครดิตผู้บริโภคที่แข็งแกร่งกว่า Goldman Sachs ที่ถนัดเรื่องวาณิชธนกิจ (Investment Banking) มากกว่า งานนี้ Apple ได้นายธนาคารที่คุยภาษาเดียวกัน ส่วน Goldman ก็ได้กลับไปโฟกัสสิ่งที่ตัวเองถนัดสักที เรียกว่า Win-Win แบบเจ็บตัวนิดหน่อยสำหรับฝ่ายหลังครับ
(หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ ≈ 32.38 บาท)
ความเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น
เข้าสู่ระบบยังไม่มีความเห็น
เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นในบทความนี้